เปิดโผหุ้น SET50 วิ่งแรงในรอบ 3 เดือน พร้อมเก็บ 26 หุ้นลุ้นเด้งแรง-ขึ้นช้ากว่ากลุ่ม!

เปิดโผหุ้น SET50 วิ่งแรงในรอบ 3 เดือน พร้อมเก็บ 26 หุ้นลุ้นเด้งแรง-ขึ้นช้ากว่ากลุ่ม!

ผ่านไปแล้วสำหรับการลงทุนไตรมาสแรกปี 2562 แน่นอนการลงทุนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยมีทิศทางสดใสและปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับปัจจัยบวกหลายเข้ามาหนุนโดยเฉพาะการเมืองที่ได้มีการจัดเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย

ขณะเดียวกันการประชุมเฟดในช่วงที่ผ่านมาได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% ตามคาด พร้อมทั้งส่งสัญญาณชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นตอบรับปัจจัยดังกล่าว โดยเฉพาะ Fund Flow ต่างชาติที่เริ่มกลับเข้ามาลงทุนในไทยหลังจากทิศทางการเมืองเริ่มชัดเจน

จากการสำรวจทีม “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” พบว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเทียบได้จากดัชนีตลาดหุ้นไทย(SET) ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2561 อยู่ที่ระดับ 1,563.88 จุด มายืนอยู่ที่ระดับ อยู่ที่ระดับ 1,638.65 จุด ณ วันที่ 29 มี.ค.62 บวกไป 74.77 จุด หรือเพิ่มขึ้น 4.78%

ส่วนดัชนี SET50 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาโดยเทียบได้จากดัชนี ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2561 อยู่ที่ระดับ 1,044.92 จุด มายืนอยู่ที่ระดับ 1,090.94 จุด ณ วันที่ 29 มี.ค.62 บวกไป 46.02 จุด หรือเพิ่มขึ้น 4.40%

อย่างไรก็ตามทิศทางลงทุนช่วงนี้โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มองว่ายังคงสดใสและได้รับปัจจัยบวกทั้งต่างประเทศและในประเทศ อีกทั้งคาดได้รับประโยชน์หลัง MSCI ปรับเกณฑ์ NVDR เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยทั้งทั้งดังกล่าวน่าจะหนุนให้กลุ่มหุ้น SET50 กลับมาน่าเก็บอย่างต่อเนื่อง

สำหรับช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาหุ้นกลุ่ม SET50  ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นทั้งหมด 33 ตัว และปรับตัวลดลง  14 ตัว และ ราคาหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง 3 ตัว ส่วนกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง 5 อันดับแรกของกลุ่มซึ่งให้รีเทิร์นเกิน 17% คือ DTAC,INTUCH,TU,BGRIM,EGCO ซึ่งจะนำเสนอข้อมูลประกอบดังนี้

ขณะเดียวกันหากสังเกตหุ้นที่ปรับตัวลดลง และราคาไม่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่าดัชนี SET และ SET50 ตรงนี้ถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะได้เข้าเก็บหุ้นพื้นฐานดีลุ้นเด้งแรง  และคาดจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย Fund Flow ไหลเข้า

โดยกลุ่มหุ้นดังกล่าวมีทั้งหมด 26 ตัว อาทิ PTT,BEM,CPF,GLOW,DELTA,BBL,BPP, KBANK,HMPRO,BDMS, IRPC,KTB,SCB,WHA, CPN,TOA, BJC,GPSC,BH,PTTGC, TMB,ROBINS,IVL,TRUE,MTC และ GLOBAL

ด้านบล.ไอร่า ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ทิศทางตลาดคาดยังมีโอกาสปรับขึ้น แม้ยังไม่มีประเด็นชี้นำใหม่ แต่ภาพรวม Sentiment เป็นบวกทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ

แม้สถานการณ์การเมืองในประเทศ ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ โดยอยู่ระหว่างรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่ง กกต. จะประกาศในวันที่ 9/5/62 คาดช่วยให้ภาพของรัฐบาลชุดใหม่มีความชัดเจน

อย่างไรก็ตามคาดยังคงมีความผันผวนจนกว่าจะถึงวันเปิดสภา 23 พ.ค.62 ซึ่งเป็นวันเลือกนายกฯ หากมีการเปลี่ยนขั้วพรรคการเมืองเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมเสียงจาก 2 พรรค (พลังประชารัฐ และเพื่อไทย)  ที่อาจจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

โดยยังแนะติดตาม (1) Fund Flow คาดมีโอกาสไหลกลับ หากการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพ ล่าสุด +1,242 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม YTD ต่างชาติยังขายสุทธิสะสมกว่า 12,000 ล้านบาท และ (2) หุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของต่างชาติ ที่คาดได้รับประโยชน์หลัง MSCI ปรับเกณฑ์ NVDR เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยจาก 2.5% เป็น 3% คาดเม็ดเงินไหลเข้า ไม่ต่ำกว่า 60,000 ล้านบาท เช่น SCC และ BDMS เป็นต้น

ทางด้านราคาน้ำมันในระยะสั้นปรับตัวขึ้น ส่งผลดีต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น PTT และ PTTEP ในขณะที่กลุ่มโรงกลั่นจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน อย่างไรก็ตามคาดภาพรวมยังได้รับปัจจัยหนุนจากคาดการณ์ปริมาณน้ำมันตลาดโลกเกิดภาวะตึงตัว จากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน และเวเนซุเอลา พร้อมคาดผลประกอบการใน 1Q/62 มีโอกาสฟื้นตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้าจากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่สูงกว่าไตรมาส 4/61

ทางด้านประเด็นต่างประเทศคาดได้รับ Sentiment บวก จากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่มีความคืบหน้าดี และทั้ง 2 ฝ่าย มีเป้าหมายบรรลุข้อตกลงภายในเดือน เม.ย. รวมถึงตัวเลข PMI ทั้งของสหรัฐฯและจีนที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกผ่อนคลายลง

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น