“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้แกว่งตัวลง รับแรงกดดันกลุ่มแบงก์กำไร Q1/62 คาดหดตัว

“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้แกว่งตัวลง รับแรงกดดันกลุ่มแบงก์กำไร Q1/62 คาดหดตัว แนะหุ้น 4 ธีมเด่นน่าเก็บ

บล.เออีซี ประเมินดัชนีวันนี้ (18 เม.ย.62) วันนี้คาดดัชนี SET แกว่งตัวลง โดยมีปัจจัยกดดันจาก Bloomberg Consensus คาดผลประกอบการกลุ่มธนาคารในช่วงไตรมาส 1/62 กำไรจะหดตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีประเด็นความเสี่ยงทางการเมืองเกี่ยวกับเสถียรภาพการบริหารงานหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ประเมิน SETเคลื่อนไหวลงในกรอบ1,665-1,675 จุด 

Investment Strategy

ช่วงที่เหลือของเดือนนี้มองทิศทางของ SET Index แกว่งลงจาก 2 ปัจจัยเสี่ยง 1) ปัจจัยลบจากความมีเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดกรณีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างจำนวน ส.ส.ฝ่ายค้าน และ 2) Bloomberg Consensus คาดกำไรหุ้นกลุ่มธนาคารในช่วง ไตรมาส 1/62 หดตัว 2.27%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารเป็น Leading Indicator ของ Real Sector ท่ามกลางความผันผวนจากดัชนีมีโอกาสย่อตัวเข้าหาแนวรับ 1,650 จุด มองเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นใน 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง: ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงทางกระแสเงินสดและมีลักษณะคล้าย Fixed Income ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำ BGRIM (บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 15-20%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังรับรู้รายได้โครงการ ABPR3, ABPR4 และ ABPR5 กำลังการผลิตไฟรวม 399 MW เต็มปี บวกกับมีโครงการใหญ่ที่จะ COD ในปี 62 ทั้งโครงการ Solar DTE1&2 กำลังการผลิต 420MW และโครงการ Phu Yen TTP อีก 257MW ซึ่งบริษัทคาดเริ่ม COD ในช่วง 2H62) และSSP (ปี 62 ตั้งเป้า CODเพิ่มอีก 65.6 MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16 MWและโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW)

กลุ่มท่องเที่ยว:อานิสงส์บวกจากการท่องเที่ยวในประเทศที่คึกคัก แนะนำ AOT(นอกจากช่วงสงกรานต์ที่แนวโน้มผู้โดยสารจะโต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วในช่วง ม.ค.-ก.พ. 62 เผยจำนวนเที่ยวบินโต 5.59%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและจำนวนผู้โดยสารโต 3.47%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)และ ERW (ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โต 10-15%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหนุนด้วยแผนเปิดโรงแรมใหม่ 9 แห่งให้ปีนี้ โดยแบ่งเป็นโรงแรม Hop Inn 7 แห่ง 573 ห้อง และโรงแรมขนาดกลาง 2 แห่งจำนวนห้องรวม 501 ห้อง อีกทั้งตั้งเป้า RevParไม่รวม Hop Inn โต 3-5%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและ Occupancy Rate ที่ 80% ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มโตต่อเนื่อง)

กลุ่มนิคมและโลจิสติกส์: กลุ่มนิคมอานิสงส์บวกทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขต EEC โตเด่นแนะนำ AMATA (ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,274 ไร่, พื้นที่รอการพัฒนาอีกราว 8,837 ไร่และที่ดินสำหรับ Commercial Area รวม 1,227 ไร่ โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ไว้ที่ 1,005 ไร่จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 863 ไร่),WHA(คาดได้แรงหนุนจากธุรกิจนิคมและโลจิสติกส์ที่เติบโตดี โดยบริษัทตั้งเป้าขายที่ดินใหม่ 1,600 ไร่ จากปีก่อนมียอดขาย 1,232 ไร่ หลังล่าสุดเปิดตัวนิคมแห่งใหม่พื้นที่ 2,000 ไร่ ซึ่งมีลูกค้าจีนเตรียมเซ็นสัญญาซื้อแล้วราว 285 ไร่ พร้อมปรับราคาขายและค่าเช่าที่ดินในเขต EEC ขึ้นอีก 10%) นอกจากนี้มองกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ได้อานิสงส์บวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แนะนำ BEM (ตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีจำนวนผู้โดยสารจะเติบโต 5-7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.1 แสนเที่ยวคน/วันทั้งนี้ตั้งเป้าปี 64จำนวนผู้โดยสารจะแตะ 5-5.5 แสนเที่ยวคน/วัน จากการเปิดเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย. 62 และช่วงเตาปูน-ท่าพระ มี.ค. 63 ส่วนปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 1-2%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนใกล้เคียงปีก่อนที่เติบโต 1.3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)

กลุ่มโรงพยาบาล: มองเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจยามตลาดผันผวน จากกระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยคัดกรองหุ้นจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ที่มี Earning Growth ปี 62 โต และยังมี Upside เลือก EKH (ปี 62 ตั้งเป้ารายได้โตหนุนด้วยการเปิดให้บริการศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) พระราม 9 สามารถให้บริการได้เต็มปีทำให้สามารถรองรับคนไข้เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นจาก 300 ราย/ปีจากเดิมที่ 200 ราย/ปีนอกจากนี้เตรียมเปิดอาคารกุมารเวชแห่งใหม่ในช่วงต้นปี 62 ซึ่งจะมีจำนวนห้องและเตียงเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 53 เตียงจากเดิมที่มี 86 เตียง), BCH (แรงหนุนจากการปรับปรุงโรงพยาบาลในเครือ และการเพิ่มศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิ พร้อมกับแนวโน้มสดใสของ WMC และ IVF), BDMS (คาดกำไรปี 62 โต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากแผนยกระดับการให้บริการที่เน้นกลุ่มโรคซับซ้อนมากขึ้น และพัฒนาการของโครงการ Wellness Clinic  รวมทั้งคาดมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น RAM ซึ่งคาดจะบันทึกในช่วง ไตรมาส 1/62 (4.6 ล้านหุ้น ที่ราคา 2,800 บาท/หุ้น) ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำมาชำระหนี้เพื่อลดภาระทางการเงิน)

คำค้น