SET ลุ้นฟื้นตัว หลังรับข่าวลบสหรัฐฯขึ้นภาษีจีนไปแล้ว ชูหุ้นเด่น BGRIM, STEC, TASCO

โบรกฯคาด SET ลุ้นฟื้นตัว หลังตอบรับสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนการไปแล้ว ผสาน MSCI ประกาศหุ้นไทยเข้าใหม่อย่างเป็นทางการ และการเมืองไทยเดินหน้าหนุนความเชื่อมั่นเน้น

Weekly outlook: “UP” ต้าน 1,670/1,683 จุด รับ 1,638/1,630 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมสัปดาห์นี้ (13-17 พ.ค.62) คาดตลาด “UP” จิตวิทยาการลงทุนโลกยังคงได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้าอย่างต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษี 10% สู่ 25% ของมูลค่าการค้า 2แสนล้านเหรียญฯ ท่ามกลางการเจรจาการค้าที่ยังคงดำเนินต่อไปในวันที 10 พ.ค.ที่ผ่านมา

ซึ่งตามการวิเคราะห์ของ Nomura นั้นตอนนี้ตลาดกำลังเกิดกรณีที่ 1ซึ่ง

  1. ให้โอกาส 45% คาดว่าน่าจะยังไม่มีบทสรุป แต่ Trump ภาษี 25% ของมูลค่าการค้า 2 แสนล้านเหรียญฯ และ 2 ประเทศขยายกรอบการเจรจาต่อ และ สหรัฐฯ ยังไม่ใช้ภาษีในมูลค่าการค้าเพิ่มเติม 3.25 แสนล้านเหรียญฯ ซึ่งตลาดน่าจะเจอ Bottomในวันศุกร์ที 10 พ.ค. นี้ไม่ต่ำกว่า 1630 จุด ก่อนค่อยๆ ฟื้นตัวต่อเนื่อง ในสัปดาห์นนี้ต้าน 1670-1683จุด
  2. โอกาส 40% การเจรจาไม่สำเร็จ แต่ขยายกรอบการเจรจา และ Trump ยังไม่ขึ้นภาษี 25% กับมูลค่าการค้า 2 แสนล้านเหรียญฯ ต่อจีน(กรณีนี้คงไม่เกิดขึ้นแล้ว)
  3. โอกาส 10% เจรจาตกลงกันได้ค่ำคืนนี้ตลาดหุ้นจะตอบรับบวกสู่ 1700-1720 จุด
  4. โอกาส 5% เกิดความขัดแย้งค่ำคืนคืนนี้รุนแรง Trump ประกาศใช้ภาษีเพิ่มอีกต่อมูลค่าการค้า 3.25 แสนล้านเหรียญฯ ตลาดจะลงสู่ 1620-1600 จุด

ทั้งนี้ทิศทางในประเทศยังเป็นบวก หลัง MSCI ประกาศยอมรับเงื่อนไขเกณฑ์ NVDR ในการนำหุ้นเข้าคำนวณในดัชนี คาดทำให้ไทยถูกเพิ่มน้ำหนักการลงทุนจาก 2.3% เป็น 2.8 คิดเป็นเม็ดเงินรวม 7.62 หมื่นล้านบาท (รวมผลกระทบของ China A ShareInclusion แล้ว) ซึ่งการประกาศหุ้นเข้าใหม่ คือ 13 พ.ค. นี้ และมีผลราคาปิดวันที 28 พ.ค. หนุน Fund Flows เข้าไทยได้

นอกจากนี้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการรายงานงบ1Q19 ของกลุ่ม Real Sector โดยรายงานออกมาแล้ว 60 บริษัทที่มีคาดการณ์จากConsensus พบว่ามีกำไรสุทธิรวมที่ 1.29 แสนล้านบาท ดีกว่าคาดราว 6% เพิ่ม Sentiment บวกต่อไทย และเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของการรายงานงบ 1Q19 โดยคาดอีก 99 บริษัท จะรายงานกำไรสุทธิรวมที่ 8.02 หมื่นล้านบาท -25.2%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน+75.4%เทียบไตรมาสก่อนหน้าโดยสาเหตุที่ลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมาจากฐานราคาน้ำมันที่สูงในไตรมาส1/61

ขณะที่สาเหตุที่โต เทียบไตรมาสก่อนหน้าอย่างมีนัยฯ เกิดจากกลุ่มพลังงานที่เผชิญ Stock Loss จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงในไตรมาส4/61ทำให้ฐานต่ำ หนุนกำไรสุทธิไตรมาส 1/62เติบโตเด่น

 

กลยุทธ์การลงทุน: ตลาดจะฟื้นตัว หลังตอบรับการขึ้นภาษีการค้าสหรัฐฯ 25% ของมูลค่านำเข้า 2 แสนล้านเหรียญฯจากจีนไปแล้ว ผสาน MSCI จะประกาศหุ้นไทยเข้าใหม่อย่างเป็นทางการ และการเมืองไทยที่เดินหน้าหนุน ความเชื่อมั่นเน้น 1) หุ้นที่เป็นเป้า Fund Flow จาก MSCI (RATCH DTAC, CENTEL, INTUCH) 2) หุ้นโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์ PDP 2018( BGRIM, GUNKUL) และ Domestic(CPALL, STEC, TASCO)

 

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้:แนะนำ BGRIM, STEC, TASCO ส่วนสัปดาห์ก่อน BGRIM, STPI, TASCO ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 25.53 % ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -0.16%

  1. STEC (TP28) : การเมืองเดินหน้าหนุนการลงทุน
  2. TASCO (Trad20) : หุ้นใน Theme Turnaround ที่ Consensus เริ่ม Upgarde
  3. BGRIM (TP34.7) : กกพ. ประกาศซื้อไฟฟ้า SPP-Replacement) เพิ่ม Fv 4.2-5.4บ.