โบรกฯมอง SET ร่วงต่อ! คัด 7 หุ้นปลอดภัย-พื้นฐานแข็งแกร่งรับมือตลาดผันผวน

โบรกฯมอง SET ร่วงต่อ! คัด 7 หุ้นปลอดภัย-พื้นฐานแข็งแกร่งรับมือตลาดผันผวน

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS ระบุว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากปัจจัยกดดันการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของ Bloomberg Consensus ซึ่งจะทำให้ EPS ของ SET Index ปรับตัวลดลง และ P/Eปรับตัวสูงขึ้น หากดัชนีมีการปรับขึ้นอาจจะมีการขายทำกำไรได้  และประเด็นทางการเมืองที่ไม่มีความชัดเจน ในการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ยังคงเฝ้าจับตาหลังท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 25% จาก 10%  บวกกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-จีนจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังไม่ได้มีรายละเอียดข้อตกลงที่ชัดเจนและการเจรจายังคงยืดเยื้อ อีกทั้ง มีความเสี่ยงที่สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ยุโรปต่อไปหลังจากขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนแล้ว

อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยบวกจากการประชุม G-20 ที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย. 2562 มีโอกาสที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีจีน นายจีนสี จิ้นผิง จะมีการเจรจาการค้าโดยตรงกันอีกครั้งโดยไม่ได้ผ่านเจ้าหน้าที่ระดับสูง

ดังนั้น ท่ามกลางความผันผวน โดยประเมิน SET ในกรอบ 1,630-1,650จุด มองเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นใน 1 กลุ่ม Defensive และ 1 กลุ่ม Growth เช่น กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำ หุ้น TPCH (แม้ช่วงไตรมาส 1/62 ประกาศกำไรโตเพียง 4.4% เทียบกับปีก่อน เพราะมีโรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักร

แต่อย่างไรก็ดีมองระยะยาวมีแนวโน้มโตสดใสจากเป้าปี 63 จะเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็น 200 MW และโรงไฟฟ้าจากขยะกำลังการผลิต 50 MW จากปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 60 MW, โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 10 MW) และ หุ้น SSP (ปี 62 ตั้งเป้า COD เพิ่มอีก 65.6 MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16 MW และโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW)

นอกจากนี้มอง กลุ่มสาธารณูปโภคเป็น OASIS ยามเมื่อตลาดหุ้นไทยผันผวน เลือก หุ้น TTW (กำไรสุทธิช่วงไตรมาส 1/62 โต 10.4% จากปีก่อน หลังรายได้ขายน้ำประปารวมของทั้ง TTW และ PTW เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ตามความต้องการใช้น้ำประปาของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น บวกกับส่วนแบ่งกำไรจาก CKP (TTW ถือหุ้น 25.3%) เพิ่มขึ้นจากเพียง 3.2 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 1/61 เป็น 35.3 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณขายไฟที่มากขึ้นของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 และ หุ้น BAFS (ประกาศกำไรสุทธิช่วงไตรมาส 1/62 เติบโต 7.8% จากปีก่อน จากปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.9% จากปีก่อน

ส่วนปี 62 ตั้งเป้ารายได้โต 10% จากปีก่อน และเป้าปริมาณการเติมน้ำมันโต 4-5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับเริ่มรับรู้รายได้ท่อส่งน้ำมันบางปะอิน-พิจิตร ปี 62 ราว 200 ล้านบาท และเตรียมเข้าประมูลโครงการจัดเก็บและเติมน้ำมันในสนามบินอู่ตะเภา)

รวมทั้งยังแนะนำ กลุ่มนิคมและโลจิสติกส์ กลุ่มนิคม อานิสงส์บวกทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขต EEC โตเด่นแนะนำ หุ้น AMATA (ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,274 ไร่, พื้นที่รอการพัฒนาอีกราว 8,837 ไร่ และที่ดินสำหรับ Commercial Area รวม 1,227 ไร่ โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ไว้ที่ 1,005 ไร่จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 863 ไร่)

นอกจากนี้มองกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ได้อานิสงส์บวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แนะนำหุ้น BEM (ตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีจำนวนผู้โดยสารจะเติบโต 5-7% จากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.1 แสนเที่ยวคน/วัน ทั้งนี้ตั้งเป้าปี 64 จำนวนผู้โดยสารจะแตะ 5-5.5 แสนเที่ยวคน/วัน จากการเปิดเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย. 62 และช่วงเตาปูน-ท่าพระ มี.ค. 63ส่วนปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 1-2% จากปีก่อน ใกล้เคียงปีก่อนที่เติบโต 1.3% จากปีก่อน) และหุ้น AOT (ช่วง ม.ค.-มี.ค. 62 เผยจำนวนเที่ยวบินโต 2.71% จากปีก่อน และจำนวนผู้โดยสารโต 2.41% จากปีก่อน)