“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้เปิดบวกตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ แนะลงทุนเน้นหุ้น Defensive-ราคาถูก

“บล.เออีซี”ชี้ SET วันนี้เปิดบวกตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ แนะลงทุนเน้นหุ้น Defensive-ราคาถูก

บล.เออีซี ประเมินดัชนีวันนี้ (17 พ.ค.62) คาด SET Index เปิดบวกตามตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ได้อานิสงส์บวกจากผลประกอบการ Cisco Systems และ Walmart อย่างไรก็ดีประเทศไทยยังคงต้องระวังความเสี่ยงจากประเด็นกังวลสงครามทางการค้าสหรัฐฯ-จีน และ Consensus ปรับลดประมาณการ EPS ลงต่อเนื่อง ประเมิน SET มีแนวรับที่ 1,600 จุด

Investment Strategy

ภาพระยะกลางมองทิศทางของ SET Index แกว่งลงต่อ เพราะปัจจัยลบ อันได้แก่ 1) สงครามการค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น  2) การปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของ Bloomberg Consensus ซึ่งจะทำให้ EPS ของ SET Index ปรับตัวลดลง PE ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ Valuation ไม่น่าสนใจ และ 3) จับตาประเด็นการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยหากเกิดกรณีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างจำนวน ส.ส. และฝ่ายค้าน ดังนั้นท่ามกลางความผันผวนแนะนำลดพอร์ตการลงทุน ถือเงินสดให้มากขึ้น หากดัชนีย่อแถว 1,600 จุด มองเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นใน 1 กลุ่ม Defensive,1 กลุ่ม Growth และ 1 กลุ่มราคาถูก ดังนี้

กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง: ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเราเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงทางกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน  ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำ TPCH (แม้ช่วง ไตรมาส1/62 กำไรโตเพียง 4.4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะมีโรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักร แต่อย่างไรก็ดีมองระยะยาวมีแนวโน้มโตสดใสจากเป้าปี 63 จะเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็น 200 MW และโรงไฟฟ้าจากขยะกำลังการผลิต 50 MW จากปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 60 MW, โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 10 MW) และ SSP (ช่วง ไตรมาส1/62 กำไรโต 16.4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่จำหน่ายได้ของโครงการต่างๆ และการบริการรับเหมาก่อสร้างโซลาร์บนหลังคาโดยปี 62 ตั้งเป้า COD เพิ่มอีก 65.6 MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16 MW และโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW)

นอกจากนี้มองกลุ่มสาธารณูปโภคเป็น OASIS ยามเมื่อตลาดหุ้นไทยผันผวน เลือก TTW (กำไรสุทธิช่วง ไตรมาส1/62 โต 10.4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังรายได้ขายน้ำประปารวมของทั้ง TTW และ PTW เพิ่มขึ้น 4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามความต้องการใช้น้ำประปาของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น บวกกับส่วนแบ่งกำไรจาก CKP (TTW ถือหุ้น 25.3%)เพิ่มขึ้นจากเพียง 3.2 ลบ. ในช่วงไตรมาส1/62 เป็น 35.3 ลบ. สอดคล้องกับปริมาณขายไฟที่มากขึ้นของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2) และ BAFS (กำไรสุทธิช่วง ไตรมาส1/62 เติบโต 7.8%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.9%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนปี 62ตั้งเป้ารายได้โต 10%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป้าปริมาณการเติมน้ำมันโต 4-5%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับเริ่มรับรู้รายได้ท่อส่งน้ำมันบางปะอิน-พิจิตร ปี 62 ราว 200 ลบ. และเตรียมเข้าประมูลโครงการจัดเก็บและเติมน้ำมันในสนามบินอู่ตะเภา)

กลุ่มโลจิสติกส์: มองกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ได้อานิสงส์บวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แนะนำ BEM (ช่วง ไตรมาส1/62 ประกาศกำไรสุทธิ โต 16.69%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีจำนวนผู้โดยสารจะเติบโต    5-7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.1 แสนเที่ยวคน/วันทั้งนี้ตั้งเป้าปี 64 จำนวนผู้โดยสารจะแตะ 5-5.5 แสนเที่ยวคน/วัน จากการเปิดเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย. 62 และช่วงเตาปูน-ท่าพระ มี.ค. 63 ส่วนปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 1-2%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงปีก่อนที่เติบโต 1.3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกหลังบอร์ด กทพ.อนุมัติต่อสัญญาสัปมทานทางด่วน 3 สัญญากับ BEM ออกไป 30 ปี แลกยุติคดีข้อพิพาท 1.3 แสน ลบ.)

กลุ่มธนาคาร: มองหุ้นกลุ่มนี้ Cheap Valuation เนื่องจากราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน BANK Sector เทรดที่ระดับ Trailing PBV 1x (ขณะที่ Downside ตอน Hamburger crisis ลงไปประมาณ 0.7x-0.8x) ซึ่งข้อมูลจาก Bloomberg พบว่า Total Return ของ SETBANK Index ตั้งแต่ Hamburger crisis จนถึงปัจจุบันเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ระดับ 7.87% ซึ่งหากเรา Implied ว่าเป็นระดับ Cost of Equtyในอนาคต จะพบว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่า Expected ROE (Bloomberg Consensus) ซึ่งปี 62 คาดไว้ที่ 9.49% และปี 63 คาดไว้ที่ 9.63% ดังนั้น BANK Sector ควรจะเทรดมากกว่า BVPS ตาม GGM ทั้งนี้ TOP PICK เลือก KBANK ด้วยเหตุผลและหลักการคล้ายกับแนวคิดข้างต้นบวกกับคุณภาพสินเชื่อที่ยังดี

 

 

คำค้น