SET สัปดาห์นี้รอความชัดเจนเจรจาการค้า – การเมืองไทย ชู 12 หุ้นเด่น 3 ธีมหลัก

SET สัปดาห์นี้รอความชัดเจนเจรจาการค้า - การเมืองไทย ชู 12 หุ้นแด่นเน้น 3 ธีมหลัก หลังตัวเลขส่งออกชะลอตัว

Weekly outlook : “ย่อแล้วดีด” ต้าน 1,632/1,640 จุด รับ 1,594/1,685 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมสัปดาห์นี้ (21 – 24 พ.ค.62) จิตวิทยาการลงทุนโดยรวมยังคงรอความชัดเจนจากประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีนหลังสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีสินค้าสู่ 25% วงเงิน 2 แสนล้านเหรียญ และกำลังจะพิจารณาภาษีอีก 25% สำหรับวงเงินเพิ่มเติมอีก 3 แสนล้านเหรียญ

ขณะที่จีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการจะปรับขึ้นภาษีสหรัฐฯสู่ 25% วงเงิน 6 หมื่นล้านเหรียญในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ จึงต้องจับตากระบวนการการเจรจาของคณะทำงานของทั้งสองประเทศ ก่อนที่2 ผู้นำเจอกันในการประชุม G20 28 – 29 มิ.ย.

ขณะที่สัปดาห์นี้ประเด็นในประเทศจะมีน้ำหนักมากกว่า นำโดย

  1. ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1/62 งบของบริษัทจดทะเบียนไทยรายงานแล้ว 521 บริษัท มีกำไรรวม 2.63 แสนล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์โดย Bloomberg Consensus ยังมีผลประกอบการที่ดีกว่าคาดราว 10.3% สะท้อนพื้นฐานของ บมจ. ไทย ยังแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ปัจจุบัน SET แกว่งที่ PER19F 14.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 15.8 เท่า ถือเป็นจุดที่น่าสนใจซื้อเชิงพื้นฐาน 1,620 – 1,550จุด
  2. ความคืบหน้าการเมืองไทย โดยติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกุล แถลงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย 20พ.ค. ก่อนที่จะมีการเปิดรัฐสภาอย่างเป็นทางการภายใน 24 พ.ค. จะทำให้การเมืองไทยมีความชัดเจน ซึ่งจะฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนได้อีกครั้ง
  3. GDP ไตรมาส 1/19 ของไทย จะรายงาน 21 พ.ค.นี้ โดย Consensus ประเมินไว้ที่ 2.9% ต่ำกว่าไตรมาสก่อนที่ 3.7% ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ตลาดประเมินไว้แล้ว หลังตัวเลขส่งออกชะลอตัว คาดกระทบตลาดจำกัด

ขณะที่ประเด็นการเมืองน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่จะลุ้นให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นได้ ส่วนปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตาม คือ

  1. การเลือกตั้งรัฐสภายุโรป 23-26 พ.ค. Nomura คาดจะไม่มีการเปลี่ยนขั้วแต่มีโอกาสทีเสียง Anti-Euro จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  2. ติดตามการประกาศ FTSE Rebalance 24 พ.ค.นี้

 

กลยุทธ์การลงทุน: แกว่งตามพัฒนาการเจรจาการค้า และควงามชัดเจนของการเมืองไทย แต่ SET 1620-1550 จุด เป็น Zone ซื้อเชิงพื้นฐาน ค่า Equity Risk Premium 1 ปี เริ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย 3.6 – 3.8% และ PER19F เพียง 14.8 – 14.40 เท่า ซึ่งเป็นกรอบที่ SET มักฟื้นในเชิงพื้นฐาน 1) หุ้นที่เป็นเป้า Fund Flow จาก MSCI (RATCH, DTAC, INTUCH, CPALL, BDMS) 2) หุ้นโรงไฟฟ้าทีได้ประโยชน์ PDP 2018 (BGRIM, GUNKUL) และ Domestic (CPALL, STEC, CK, TASCO, CPF).

 

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้: แนะนำ CK, STEC, TASCO ส่วนสัปดาห์ก่อน BGRIM, STEC, TASCO ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -1.43 % ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -2.46%

1) STEC (TP 28) : การเมืองเดินหน้า หนุนหุ้นอิงการลงทุน

2) TASCO (Trad 20) : หุ้นใน Theme Turnaround ที่ Consensus เริ่ม Upgarde

3) CK (TP 37) : การเมืองเดินหน้า หนุนหุ้นอิงการลงทุน + บริษัทลูกผลประกอบการเด่น