เกาะติดทุกช็อต

*มูฟเมนต์ของตลาดหุ้นไทยเป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด การกระชากเปิดบวกและขึ้นไปสูงสุดถึง 8 จุด ไม่ได้การันตีว่าดัชนีจะกลับมาอยู่ในระดับสูงได้อีกครั้ง เพราะมองจากมุมไหน ด้านไหน ก็ยังมีแต่ปัจจัยลบเสียมากกว่าบวก มันถึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดจะเห็นว่ากองทุนตัวแสบเป็นผู้คอยสาดหุ้นออกมา ส่วนปอบผีฟ้ายังซื้อหุ้นไทยแบบกระมิดกระเมี้ยนเท่านั้น

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*มูฟเมนต์ของตลาดหุ้นไทยเป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด การกระชากเปิดบวกและขึ้นไปสูงสุดถึง 8 จุด ไม่ได้การันตีว่าดัชนีจะกลับมาอยู่ในระดับสูงได้อีกครั้ง เพราะมองจากมุมไหน ด้านไหน ก็ยังมีแต่ปัจจัยลบเสียมากกว่าบวก มันถึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดจะเห็นว่ากองทุนตัวแสบเป็นผู้คอยสาดหุ้นออกมา ส่วนปอบผีฟ้ายังซื้อหุ้นไทยแบบกระมิดกระเมี้ยนเท่านั้น

*วานนี้จึงได้เห็นดัชนีโดนซัดลงมาช่วงท้ายตลาดไปปิดที่ระดับ 1,610.49 จุด  บวกเพียงแค่ 2.38 จุด หรือขึ้นไป 0.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.03 หมื่นล้านบาท ช็อตการเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ทำให้รู้ว่า หุ้นที่ถูกไล่ซื้อจนขึ้นไปอยู่ระดับสูงโดยเฉพาะหุ้นตัวหลัก ๆ จะถูกสาดทำกำไรลงมาเป็นประจำ หลังจากนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้..โหดขั้นเทพไหมล่ะจ๊ะ

*สิ่งที่น่ากังวลยังเป็นเรื่องของเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และนอกประเทศที่จะเป็นตัวกำหนดว่าดัชนีควรจะเคลื่อนไปในทิศทางไหน “โมนิก้า” ถึงต้องคอยเกาะติดทุกช็อต เพราะการเคลื่อนไหวที่เสียวไส้บอกให้รู้ว่าดัชนียังต้องอาศัยปัจจัยหนุนครั้งใหญ่ถึงจะกลับไปเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง “โมนิก้า” ถึงต้องหันมามองหุ้นบลูชิพซึ่งเป็นตัวหลักที่จะขับเคลื่อนทุกอย่าง และหลังจากเห็นหุ้นใหญ่ยังวนเวียนบนกรอบเดิมถึงต้องย้ำคำเดิมว่า แฟนคลับต้องเกาะติดทุกสถานการณ์เพื่อไม่ให้พลาดพลั้งไปง่าย ๆ

*ส่วนในรายของ SYNEX ดูเหมือนจะเป็นหุ้นอีกตัวที่ฉายภาพกระแสเศรษฐกิจให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะหลังสหรัฐฯ พ่วงด้วยเจ้าพ่อเสิร์ชเอนจินอย่าง Google ประกาศขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย ส่งผลให้ราคาหุ้นไหลแบบกู่ไม่กลับลงมาปิดที่ 9.30 บาท ลบ 1.20 บาท หรือลบไป 11.43% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31.58 ล้านบาท นั่นเป็นเพราะรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากมือถือหัวเว่ย งานนี้หุ้นถึงโดนสาดทิ้งลงมาแบบไม่ใยดีน่ะสิ

*ด้านหุ้น BANPU เป็นไปในทิศทางที่ “โมนิก้า” ได้พูดเอาไว้ไม่มีผิด เพราะหลังจากราคาหุ้นร่วงยาวมาเกือบ 3 สัปดาห์ วานนี้ยังไหลต่อก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาดันจนมาลงเอยที่ระดับ 14.20 บาท ทรงตัวจากวันก่อนหน้าด้วยมูลค่าการซื้อขาย 433.33 ล้านบาท ทำเอามิตรรักแฟนเพลงเกิดอาการถอดใจเพราะลุ้นยังไงก็ยังลุ้นไม่ขึ้นหลังจากเห็นราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีที่หุ้นละ 16.09 บาท เป็นภาพที่ตอกย้ำว่าหุ้นตอนนี้ดูไม่จืดจริง ๆ โอกาสฟื้นตัวจึงยังไม่เห็นเจ้าค่ะ

*มาที่หุ้นจิ๋วแต่แจ๋วอย่าง FTE ที่ถึงแม้จะเป็นอีกหุ้นที่อยู่นอกกระแส แต่เมื่อดูพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่งจากกำไรไตรมาส 1/2562 ที่โตถึง 79% แถมเป็นหุ้นที่ปันผลอย่างสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง จากปีที่ผ่านมาจ่ายปันผลไปถึง 100% ของกำไรสุทธิ ทำให้ “โมนิก้า” มองเป็นภาพของหุ้นที่น่าเก็บสะสมไว้ในพอร์ตอีกตัวหลังจากเห็นราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 2.16 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 3.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 0.99 ล้านบาท

*ส่วนในรายของ NWR ใครที่คาดหวังเห็นการปรับตัวขึ้นแบบจี๊ดจ๊าด คงต้องรอไปอีกพักใหญ่ ๆ ล่าสุดหุ้นลงมานอนอยู่ที่ระดับ 0.75 บาท ลบไป 0.01 บาท หรือลงไป 1.32% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.39 ล้านบาท ถือเป็นช็อตที่นักเล่นใจอ่อนต้องใส่เกียร์ถอยหลังอย่างแท้จริง เพราะถึงแม้จะมีข่าวดีชนะประมูลงานออกมาให้เห็น แต่ทั้งผลงานและสัญญาณเทคนิคแบบไม่มีสัญญาณฟื้นตัว จังหวะนี้ถึงต้องวางแผนการเล่นให้ดี ๆ หุ้นถึงมีโอกาสทรุดตัวลงไปอีกนะจะบอกให้

*ในรายของ HMPRO ถือเป็นแพตเทิร์นที่ปูทางมาได้ดีสุด ๆ หนุนด้วยผลงานยังดีต่อเนื่อง มิตรรักแฟนเพลงเลยได้เห็นแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาหนาแน่น ดันราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 16.50 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือ 1.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 948.13 ล้านบาท มอง ๆ ดูแล้วหุ้นตัวนี้ยังมีอะไรน่าสนใจรออยู่ จึงเหมาะกับกลุ่มคนเน้นเล่นหุ้นแบบลงทุนยาวนะเจ้าค่ะ

*ด้าน STEC ถ้าดูไซเคิลการเคลื่อนตัวของหุ้นในช่วงที่ผ่านมา “โมนิก้า” พูดได้ทันทีว่า หุ้นมีทิศทางที่ดีขึ้น จนสุดท้ายขึ้นมาปิดที่ 24.70 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 2.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 625.23 ล้านบาท ขยับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันได้อีกครั้ง ด้านเทคนิคบ่งชี้เป็นสัญญาณขาขึ้น ด้านพื้นฐานยังเป็นใจทำให้หุ้นมีลุ้นดีดต่อขึ้นได้อีกไกลน่ะสิ

*ปิดท้ายกันที่หุ้นน้องใหม่ป้ายแดง VL เปิดเทรดวันแรกด้วยราคาต่ำจองก่อนจะมีแรงฮึดตีตื้นขึ้นมาปิดตลาดที่ราคา IPO ที่ 1.75 บาท แบบพอดิบพอดี โมนิก้า” มองไม่ใช่เรื่องที่แย่นัก เพราะพื้นฐานที่แน่นปึ้กการันตีจากไตรมาสแรกกำไรโตกว่า 60% แถมด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง และอนาคตยังดูสดใส งานนี้การที่กูรูได้เคาะเป้าสูงถึง 2.58 บาทคงไม่ใช่แค่เรื่องโม้..อิอิ