เปิดงบฯ Q1/62 “หุ้นสื่อสาร-อิเล็กทรอนิกส์” ชู SAMART-SMT-SAMTEL เด่นสุดกำไรโตเกิน 100%

เปิดงบฯ Q1/62 "หุ้นสื่อสาร-อิเล็กทรอนิกส์" ชู SAMART-SMT-SAMTEL เด่นสุดกำไรโตเกิน 100%

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1/62 งบของบริษัทจดทะเบียนไทยรายงานแล้ว 521 บริษัท มีกำไรรวม 2.63 แสนล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์โดย Bloomberg Consensus ยังมีผลประกอบการที่ดีกว่าคาดราว 10.3% สะท้อนพื้นฐานของ บมจ. ไทย ยังแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ปัจจุบัน SET แกว่งที่ PER19F 14.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 15.8 เท่า ถือเป็นจุดที่น่าสนใจซื้อเชิงพื้นฐาน 1,620 – 1,550 จุด

ดังนั้นเพื่อให้นักลงทุนได้เห็นว่าบริษัทไหนที่มีกำไรโดดเด่นชัดเจนทีมงาน “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการสำรวจผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร-ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไตรมาส 1/62 โดยเรียงลำดับกำไรเติบโตสูงสุดไปหาน้อยสุดดังตารางประกอบ

อย่างไรก็ตามการนำเสนอข้อมูลประกอบการลงทุนครั้งจะขอเลือกนำเสนอในหุ้นที่มีกำไรเติบโตสูงสุด 5 อันดับแรกของกลุ่มดังนี้

อันดับ 1 บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART กำไรสุทธิไตรมาส 2/61 เพิ่มขึ้นเป็น 200.43ล้านบาท โต 1,381.15 % จากปีก่อน 13.53 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯมีรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการเป็นจำนวน 3,300 ล้านบาท (หลังหักรายการระหว่างกัน) โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 37%

ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 358 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในอัตรา 8% อันเป็นผลมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกลุ่ม ICT Solutions  โดย บมจ. สามารถเทลคอม (SAMTEL) มีรายได้รวม 2,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 150% โดยในไตรมาสแรก มีการเซ็นสัญญาโครงการไปแล้วมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท อาทิ โครงการติดตั้งและพัฒนาระบบสารสนเทศธุรกิจหลัก หรือ Core Business Process System ให้แก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank  , โครงการของบมจ.ท่าอากาศยานไทย, โครงการของกระทรวงสาธารณสุข, โครงการของกระทรวงมหาดไทย ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีโครงการในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,400 ล้านบาท

ขณะที่การเติบโตของสายธุรกิจ ICT  ยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน จากนโยบายของรัฐในการพัฒนาประเทศรองรับยุคดิจิทัล โดยคาดว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาล จะเห็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับเทคโนโลยีการสื่อสาร คมนาคม และอื่นๆ

กลุ่ม SAMART Digital (SDC) เริ่มพลิกฟื้นธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด จากผลประกอบการที่เริ่มขยับไปในทิศทางบวก โดยในไตรมาส 1/62 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 225 ล้านบาท จากธุรกิจ Digital Network และ Digital Content เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน อีกทั้ง บริษัทยังมีผลขาดทุนที่ลดลงกว่า 50% จากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง นับเป็นสัญญานของการฟื้นตัวอย่างชัดเจน

กลุ่ม SAMART U-Trans (SUT) มีรายได้รวม 762 ล้านบาท โดยมีบริษัท Cambodia Air Traffic Services ซึ่งให้บริการวิทยุการบินในประเทศกัมพูชาเป็นหัวหอกสำคัญ เติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี ส่วนบริษัท เทด้า ซึ่งทำธุรกิจด้านสายส่งไฟฟ้า มีโอกาสเข้าประมูลงาน มูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น งานโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท , การไฟฟ้านครหลวง 1.3 หมื่นล้านบาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 พันล้านบาท

นอกจาก 3 สายธุรกิจข้างต้นแล้ว  ธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่ม ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี อาทิ บมจ.วันทูวันคอนแทคส์ (OTO) ผู้ให้บริการด้านคอลเซ็นเตอร์ครบวงจร ซึ่งมีการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำ Voice AI และ Chatbot มาให้บริการ เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน ส่วนธุรกิจกล้องวงจรปิด ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท วิชั่นแอนด์ซีเคียวริตี้ จำกัด ก็มีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ด้วยเป้าหมายในการปรับเปลี่ยน SAMART Corporation จาก Holding Company ไปสู่ Operating Company บริษัทได้มีการศึกษาและเตรียมลู่ทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ไว้แล้ว ทั้งหมดก็เพื่อเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนให้แก่กลุ่มสามารถ

 

อันดับ 2 บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 18.92 ล้านบาท โต 214.56 % จากปีก่อน 6.01 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานมีผลกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการจำนวน 491.48ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกนัของปีก่อน 102.62 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 26.39% โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มข้ึนของยอดขายในสินค้ากลุ่ม Fiber Optics ทั้งนี้ ดีมานดข์องลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่กำหนดไว้ให้มีการกระจายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์

ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินประจำไตรมาส 1/62 จำนวน 13.80 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าเป็นจำนวน 1.01ล้านบาท หรือลดลง 6.81% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทลดลง อีกทั้ง ณ ไตรมาส 1/62 บริษัทฯ มีหนี้สิน 1,556.11 ล้านบาท ลดลง 62.44ล้านบาท หรือลดลง 3.86% จากสิ้นปี 2561

 

อันดับ 3 บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL  กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 150.09 ล้านบาท โต 147.74% จากปีก่อน 60.58 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานมีผลกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯมีรายได้รวมในไตรมาส 1/62 จำนวน 2,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จำนวน 671 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 46.8%

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นจำนวน 153 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จำนวน 8 ล้านบาท หรือลดลง 4.8% ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงจากค่าใช้จ่านฯ คิดเป็น 7.3% ของรายได้จากการขายงานตามสัญญาและบริการ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็น 11.3%

อีกทั้งค่าใช้จ่ายทางการเงินมีจำนวน 29 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จำนวน 1 ล้านบาท ลดลง 4.2% สาเหตุหลักเกิดจากการบริหารดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 และบริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จำนวน 19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จำนวน 14 ล้านบาท

 

อันดับ 4บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT  กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 102.83 ล้านบาท โต 52.55% จากปีก่อน 67.41ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/61 และของไตรมาส 1/61 จำนวน 157.0 ล้านบาท และ 221.6 ล้านบาท ตามลำดับ

เนื่องมาจากบริษัทฯ ได้ส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่เพิ่งประมูลงานได้ในไตรมาส 1/62 โดยเป็นโครงการที่ได้ชะลอการจัดซื้อจัดจ้างในปีก่อนๆ เช่น งานโครงการจัดให้มีการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล และงานโครงการจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นต้น

 

อันดับ 5 บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI  กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 82.80 ล้านบาท โต 29.07% จากปีก่อน 64.15 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทฯมียอดขายรวมทั้งหมดในไตรมาส 1/62 จำนวน 3,893 ล้านบาท (หรือ 124 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 636 ล้านบาท (หรือ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในอัตราร้อยละ 19.5

ตามความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม อุตสาหกรรม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ และอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทฯยังคงเพิ่มธุรกิจใหม่เพื่อรองรับยอดขายที่เติบโตในปี 2562

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน