“อินเตอร์ ฟาร์มา” ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 46 ล้านหุ้น จ่อลงสนามเทรด mai

"อินเตอร์ ฟาร์มา" ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 46 ล้านหุ้น จ่อลงสนามเทรด mai


บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 46 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 22.33 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้  และมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ และมีบริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ทั้งนี้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ โดยผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) ผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน ได้แก่ 1.1) ผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพและชะลอวัย (Wellness and Anti-Aging Products) 1.2) ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงาม (Aesthetic Innovation Products) และ 2) ผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ ได้แก่ 2.1) ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง (Companion Animal Health Products) 2.2) ผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์ (Livestock Products)

โดยบริษัทและบริษัทย่อยจำหน่ายสินค้าในประเทศทั้งหมด โดยใช้ทีมงานขายของบริษัทและบริษัทย่อยเป็นผู้หา ติดต่อ สร้างสัมพันธ์ และดูแลการขายสินค้ากับลูกค้ากลุ่มต่างๆ ได้แก่ ผู้ประกอบการสถานพยาบาลทั้งคนและสัตว์ สถานเสริมความงาม ร้านขายยา ร้านเพ็ทช็อป บริษัททั่วไป และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะนำสินค้าของบริษัทและบริษัทย่อยไปจำหน่ายหรือให้บริการต่อแก่ลูกค้าของตนที่เป็นผู้บริโภคสุดท้าย (End-Users) อีกทอดหนึ่ง

ดังนั้น ลูกค้ากลุ่มนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าของบริษัทและบริษัทย่อยด้วย นอกจากนี้ บริษัทและบริษัทย่อยยังมีการขายสินค้าโดยตรงให้แก่ผู้บริโภคสุดท้ายผ่านช่องทางออนไลน์โดยใช้ Social Network ต่าง ๆ ของบริษัท เช่น เว็บไซต์ www.interpharmastore.com, Facebook, Line@ และ Instagram เป็นต้น

ด้าน ผลการดำเนินงานของบริษัท ณ วันที่ 31 มี.ค.2562 มีสินทรัพย์รวม 180.49 ล้านบาท หนี้สินรวม 72.30 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 108.19 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 81.29 ล้านบาท ต้นทุนขาย 38.44 ล้านบาท กำไรสุทธิสำหรับงวด 1.20 ล้านบาท

สำหรับบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2559 – 2561 และงวด 3 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวมจำนวน 125.44 ล้านบาท 247.95 ล้านบาท 314.40 ล้านบาท และ 81.76 ล้านบาท ตามลำดับ รายได้เกือบทั้งหมดเป็นรายได้จากการขาย ซึ่งมีจำนวน 124.60 ล้านบาท 247.30 ล้านบาท 313.65 ล้านบาท และ 81.29 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 99.33 ร้อยละ 99.74 ร้อยละ 99.76 และร้อยละ 99.43 ของรายได้รวม ในปี 2559 – 2561 และงวด 3 เดือนแรกของปี 2562 ตามลำดับ และรายได้อื่นมีจำนวน 0.84 ล้านบาท 0.65 ล้านบาท 0.75 ล้านบาท และ 0.47 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.67 ร้อยละ 0.26 ร้อยละ 0.24 และร้อยละ 0.57 ของรายได้รวมในปี 2559 – 2561 และงวด 3 เดือนแรกของปี 2562 ตามลำดับ

ขณะที่กำไรสุทธิของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2559 – 2561 และงวด 3 เดือนแรกของปี 2562 มีจำนวน 20.07 ล้านบาท 18.91 ล้านบาท 29.06 ล้านบาท และ 1.20 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 16.00 ร้อยละ 7.63 ร้อยละ 9.24 และร้อยละ 1.47 ในปี 2559 – 2561 และงวด 3 เดือนแรกของปี 2562 ตามลำดับ

โดย ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 103,000,000 บาท และมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 80,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 160,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้น 0.50 บาท ซึ่งภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งนี้ บริษัทจะมีทุนชำระแล้วเพิ่มเป็น 103,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 206,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

ส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ณ วันที่ 15 พ.ค.2562 ประกอบด้วย นายทรงวุฒิ ศักดิ์ชลาธร ถือหุ้น 105,300,8001 หุ้น คิดเป็น  65.81% หลังเสนอขายหุ้นในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 51.12%, นายสมพล ฤกษ์วิบูลศรี ถือหุ้น 6,976,600 หุ้น คิดเป็น  4.36% หลังเสนอขายหุ้นในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 3.39%,

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และหักสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด

Back to top button