เปิดโผ 13 หุ้น mai โชว์กำไรไตรมาส 1/62 โตทะลักเกิน 100%

เปิดโผ 13 หุ้น mai โชว์กำไรไตรมาส 1/62 โตทะลักเกิน 100% นำโดย SELIC,TITLE,PJW,TPAC,SE,AMA,MBAX, SIMAT,ASN,AGE,PIMO,TM และ VCOM


บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2562 มียอดขายรวม 45,206 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.40% กำไรสุทธิรวม 1,863 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พบ 4 กลุ่มอุตสาหกรรมมียอดขายและกำไรสุทธิเติบโต ได้แก่ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มบริการ ตามลำดับ

ทั้งนี้ทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการสำรวจกลุ่มหุ้น mai ที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นเกิน 100% มานำเสนอโดยครั้งนี้มีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมด 13 ตัว  คือ SELIC,TITLE,PJW,TPAC,SE,AMA,MBAX, SIMAT,ASN,AGE,PIMO,TM และ VCOM อย่างไรก็ตามจะขอนำเสนอข้อมูลประกอบการลงทุนเพียง 5 อันดับแรกของตารางดังนี้

อันดับ 1 บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC  กำไรสุทธิไตรมาส 1/61 เพิ่มขึ้นเป็น 23.92 ล้านบาท โต 5,349.20 % จากปีก่อน 0.44 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯมีรายได้ไตรมาส1/2562 อยู่ที่ 359.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2561 มีรายได้อยู่ที่ 143.02 ล้านบาท

ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 51.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 689.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ดังนั้นบริษัทฯ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปีนี้เติบโตในทิศทางที่ดี

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคาดหวังที่จะขยายตลาดเพิ่มในสินค้ากลุ่ม Specialty โดยมีการเริ่มทดสอบและเตรียมสายการผลิต โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/62 ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการขยายตลาดในต่างประเทศ

 

อันดับ 2 บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE  กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 114.74 ล้านบาท โต 778.14 % จากปีก่อน 13.07 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 518.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 437.27 ล้านบาท หรือ 535.93% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 81.59  ล้านบาท

บริษัทมั่นใจว่าแนวโน้มรายได้ในปี 2562 จะเติบโตทะลุเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1,000   ล้านบาท ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากโครงการอสังหาฯของ TITLE ที่เปิดในแต่ละหาด ได้รับการตอบรับจากชาวต่างชาติทั่วโลกอย่างดีเยี่ยม มีการพูดถึงปากต่อปาก รวมถึงชาวไทยในตลาดกลางถึงบนก็ให้การตอบรับดีเช่นกัน ถือเป็นอสังหาทางเลือกของจังหวัดภูเก็ต ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวต่างชาติ และชาวไทยได้อย่างลงตัว เปิดทางให้ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยไม่ต้องเช่า แต่สามารถตีกลับเป็นรายได้จากการเช่า ซึ่งถือเป็นรูปแบบการลงทุนที่คุ้มค่า

สำหรับความคืบหน้าโครงการของ TITLE ในส่วนของ หาดราไวย์ 1. โครงการหาดราไวย์ เฟส 3 มูลค่าโครงการประมาณ 1,100 ล้านบาทแล้วเสร็จและโอนแล้วเกือบ 100% 2.โครงการหาดราไวย์ เฟส 5 มูลค่าโครงการประมาณ 1,100 ล้านบาท เปิดการขายในเดือน พ.ย.2561 มียอดขายแล้วประมาณ 20% คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จและเริ่มโอนได้ปี 2563

 

อันดับ 3 บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 35.63 ล้านบาท โต 417.40% จากปีก่อน 6.89 ล้านบาท เนื่องจากยอดรายได้รวมไตรมาสเพิ่มขึ้น 59.30 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 8.23 เนื่องจากผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการเริ่มมีงานขายเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561

โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายของกลุ่มโรงพ่นสี ชิ้นส่วนยานยนต์ และยอดขายกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์นมและนมเปรี้ยว ในส่วนยอดขายของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์น้ำมันและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุปโภคบริโภคปรับตัวลงเล็กน้อยจากความต้องการสินค้าที่เริ่มอิ่มตัว

นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการทดลองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการเริ่มมีงานขายเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561

 

อันดับ 4 บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 68.55 ล้านบาท โต 316.34 % จากปีก่อน 16.47 ล้านบาท เนื่องจากบริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการควบรวมกิจการระหว่าง TPAC Packing India Private Company Limited และ Sunrise Containers Company Limited และมีการเข้าลงทุนในกิจการ บริษัท คัสตอม แพคจำกัด ในระหว่างปี 2561 จึงส่งผลให้ยอดขายของบริษัทฯในไตรมาสแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 996.61 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 418.32 ล้านบาท
อันดับ 5 บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SE กำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เพิ่มขึ้นเป็น 9.67 ล้านบาท โต 306.83 % จากปีก่อน 2.38 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 1/2562 บริษัทฯมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 119.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 22.09 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.76 ซึ่งเกิดจาก Backlog ปี 61 86.29 ล้านบาท

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button