รัฐบิดาถูกทุกข้อ

กรมการค้าภายในโทษห้างค้าปลีก ทำให้เกิดดราม่าน้ำมันปาล์ม ฐานไปติดป้ายว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายกรมการค้าภายใน ขอปรับราคาจาก 24 บาทเป็น 34 บาท ทำให้สังคมเข้าใจผิด รุมด่ากระทรวงพาณิชย์ กรมไม่ได้บังคับให้ขึ้นราคา แค่ขอความร่วมมือให้เลิกจัดโปรโมชั่น กลัวจะมีการกดราคารับซื้อผลปาล์มดิบ เพราะราคาน้ำมันที่เป็นจริงควรอยู่ราว 34-36 บาท

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

กรมการค้าภายในโทษห้างค้าปลีก ทำให้เกิดดราม่าน้ำมันปาล์ม ฐานไปติดป้ายว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายกรมการค้าภายใน ขอปรับราคาจาก 24 บาทเป็น 34 บาท ทำให้สังคมเข้าใจผิด รุมด่ากระทรวงพาณิชย์ กรมไม่ได้บังคับให้ขึ้นราคา แค่ขอความร่วมมือให้เลิกจัดโปรโมชั่น กลัวจะมีการกดราคารับซื้อผลปาล์มดิบ เพราะราคาน้ำมันที่เป็นจริงควรอยู่ราว 34-36 บาท

พูดอีกก็ถูกอีก ฟังแล้วไม่มีใครเข้าใจผิด กรมการค้าภายในนี่แหละไปบีบ ไม่ให้ขาย 24 บาท เพียงแต่ห้างควรให้ความร่วมมือ ปรับราคาเงียบ ๆ ไม่ควรติดป้ายประจาน ทำให้ชาวบ้านรู้หมด ว่าที่ต้องซื้อน้ำมันปาล์มแพงขึ้น 10 บาท เพราะกรมการค้าภายในขู่เอาผิดห้าง ตาม พ.ร.บ.แข่งขันการค้า ตั้งข้อหาขายต่ำกว่าทุน บิดเบือนกลไกตลาด ทำลายคู่แข่ง ฯลฯ

ฟังแล้วตลกดี อธิบดีเองก็รู้ ว่าที่ห้างขายขาดทุน เพื่อจูงใจให้คนไปซื้อสินค้าอื่น เป็นวิธีจัดโปรโมชั่น เดี๋ยวลดนั่นเดี๋ยวลดนี่ หมุนเวียนยี่ห้อกันไป มันจึงไม่ได้มีผลโดยตรงเป็นสูตรคณิตศาสตร์ ว่าน้ำมันปาล์มขวดละ 34 บาทขาย 24 บาท จะทำให้ราคาผลปาล์มดิบลดลง 1 ใน 3 ตรงกันข้าม พอไม่มีโปรโมชั่น น้ำมันปาล์มอาจขายไม่ออก ส่งผลต่อสต๊อกก็เป็นได้

การทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน อดซื้อน้ำมันปาล์มราคาโปรโมชั่น แล้วอ้างความดีความชอบ ว่าช่วยเหลือเกษตรกร เอาตัวแทนเกษตรกรมาให้กำลังใจ เป็นวิธีการที่ชาญฉลาดแล้วใช่ไหม ชาวบ้านทั่วไปก็เข้าใจได้ แต่นายกฯ กลับให้ท้าย อ้างว่ามาถูกทางแล้ว

นี่คือรัฐราชการเป็นใหญ่ คุณพ่อรู้ดี ฉลาดทุกเรื่อง ถูกทุกข้อ ใครวิจารณ์ไม่ได้ ต้องเถียงคอเป็นเอ็น ต้องปกป้องกันเอง ทั้งที่ประชาชนเห็นอีกอย่าง

โดยเฉพาะผลงาน 5 ปี รัฐบาล คสช. ซึ่งมักมีผลกระทบตามมา เช่นดรามารถตู้หัวหิน “เจ๊งเพราะ คสช.” รัฐบาลก็ตอบโต้ว่าต้องรู้จักปรับปรุงคุณภาพบริการ คสช.จำเป็นต้องจัดระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร เพื่อความเรียบร้อยของบ้านเมือง

ซึ่งท่านก็พูดถูกด้านหนึ่ง ใช่เลย เมื่อก่อนรถตู้จอดเกะกะไปหมด แต่การที่รัฐบาลกวาดรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัย จากใจกลางเมือง ไปไว้ตามสถานีขนส่งต่าง ๆ แทนที่จะอำนวยความสะดวก ก็กลายเป็นไม่สะดวกกับผู้โดยสาร รถตู้สายต่าง ๆ จึงเจ๊งไปเยอะ ไม่ว่าบริการดีแย่อย่างไร

ส่วนที่ว่าปราบวินรถตู้ผิดกฎหมาย ไม่รู้ต่างกันไหมกับวินรถจักรยานยนต์ ที่หลังเกิดเหตุฆ่ากันตาย สื่อก็แฉค่าเสื้อวินแสนแพง ไม่รู้จ่ายใคร

ล่าสุด พอพรรคอนาคตใหม่เดินสายรับฟังปัญหาชาวประมง เพื่อเสนอแก้กฎหมาย รัฐบาลก็ออกมาตอบโต้ว่าวิจารณ์ให้เสียหาย รองโฆษกรัฐบาลกล่าวหาว่าจะปกป้องการค้ามนุษย์หรือไร

ท่าทีรัฐบาลพยายามจะทำให้ปัญหานี้เป็นเรื่องการเมือง พรรคอนาคตใหม่หาเรื่อง ทั้งที่ไม่ใช่เลย ถ้าย้อนดูการหาเสียง พรรคที่แข็งขันรับฟังชาวประมงมากกว่าใครคือพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ไปกล่าวที่สมุทรสงคราม ว่าประเทศไทยมัวแต่เกรงต่างชาติ ทำให้คนจำนวนมากเดือดร้อน ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็กล่าวว่า “ฟังดูเหมือนพี่น้องชาวประมงไม่ใช่คนไทย แต่เหมือนสร้างนิคมแล้วนำพวกเขาไปอยู่รวมกัน”

แต่ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยได้ร่วมรัฐบาล โดยไม่ได้ดูปัญหาประมง ก็เลยเงียบไป

ปัญหาประมงก็เหมือนทุกเรื่องคือรัฐทหารแก้ปัญหาโดยใช้ยาแรง แม้สามารถควบคุมเรือเถื่อน ประมงผิดกฎหมาย แต่ก็เกิดการจ้องจับผิดด้วยกฎระเบียบหยุมหยิม อย่างที่ตัวแทนประมงกล่าวในงานเสวนาพรรคภูมิใจไทยว่า พวกเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ผิดเอกสาร

แต่รัฐบาล คสช.ยอมให้ใครวิจารณ์ไม่ได้ ยอมรับว่าผิดพลาดไม่ได้ ต้องถูกทุกข้อ และเป็นอย่างนี้ต่อไป