แก้ปัญหาแบบปาล์มขวด

ยังอยู่ที่เก่าเลยครับ การฟอร์มครม.ประยุทธ์ยุคผลัดใบ กว่าทุกอย่างจะสะเด็ดน้ำ ก็คงจะล่วงเลยหลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนไปแล้ว อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นต้นเดือนก.ค. แต่หากล่าช้าไปกว่านี้อีก ก็น่าจะเสียหายต่อบรรยากาศโดยรวมไม่ใช่น้อย

ขี่พายุทะลุฟ้า : ชาญชัย สงวนวงศ์

ยังอยู่ที่เก่าเลยครับ การฟอร์มครม.ประยุทธ์ยุคผลัดใบ กว่าทุกอย่างจะสะเด็ดน้ำ ก็คงจะล่วงเลยหลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนไปแล้ว อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นต้นเดือนก.ค. แต่หากล่าช้าไปกว่านี้อีก ก็น่าจะเสียหายต่อบรรยากาศโดยรวมไม่ใช่น้อย

เร่ง ๆ ตั้งรัฐบาลให้เสร็จไปเถอะ บ้านเมืองจะได้มีองค์ประกอบการปกครองได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ปัญหาที่ค้างคา ก็จะได้มีคนเข้ามาสะสาง

เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน เกิดฟิตจะสร้างผลงานยกระดับราคาปาล์มน้ำมันขึ้นมา โดยสั่งการในรูปขอความร่วมมือให้ห้างค้าปลีก ยุติการขายปาล์มน้ำมันบรรจุขวดราคาโปรโมชั่น ที่ขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุน

โดยปรับเพิ่มราคาจากขวดละ 24 บาท เป็น 34 บาท เพิ่มรวดเดียวถึง 10 บาท

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายในบอกว่า ไม่ต้องการให้ราคาปาล์มตกต่ำลงอีก หลังจากรัฐบาลแก้ปัญหา

อย่างหนักจนราคาขยับขึ้นแล้ว อยากให้ผู้บริโภคเข้าใจและช่วยเหลือเกษตรกรไปก่อน

ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ปัญหาแบบนี้ของกรมการค้าภายใน ถ้าเป็นในยุคประชาธิปไตยเต็มใบ มีส.ส.และรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รัฐบาลคงจะอยู่ไม่สุขแน่ เพราะลูกน้องที่เป็นข้าราชการประจำ เล่นแก้ปัญหาที่เกาไม่ถูกที่คัน และสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้บริโภค

หน้าที่ของกรมการค้าภายในก็ต้องดูแลผู้บริโภคด้วยมิใช่หรือ มิใช่ดูแลแต่ผู้ผลิตคือเกษตรกรสถานเดียว และเหตุแห่งการที่ปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำมันก็หมดไปแล้วมิใช่หรือ

ก่อนหน้านี้ ราคาผลปาล์มดิบเคยตกต่ำกว่าก.ก.ละ 2 บาท แต่ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มส่วนผสมดีเซลเป็นบี10 และมอบให้กฟผ.รับซื้อน้ำมันปาล์มไปผลิตกระแสไฟฟ้า ก็เป็นผลให้ราคาปาล์มดิบขยับขึ้นมาได้ถึง 3.50 บาทแล้วมิใช่หรือ

เมื่อราคาขยับมาได้ถึง 3.50 บาทแล้ว ทำไมยังจะคิดมาตรการทำลายประโยชน์ผู้บริโภคขึ้นอีก

ประจักษ์พยานหลักฐานสำคัญ นั่นก็คือการรับซื้อปาล์มป้อนโรงไฟฟ้ากฟผ.ไง จากเดิมกำหนดจะรับซื้อถึง 2 แสนตัน แต่ซื้อไปได้เพียง 6 หมื่นตันเท่านั้น เพราะราคาตลาดสูงกว่าราคารับซื้อไปแล้ว การจะอ้างว่า กลัวราคาปาล์มจะร่วงลงไปอีก ก็น่าจะเป็นความห่วงใยเกินเหตุ เพราะนโยบายดีเซลบี10 เดินหน้าไปแล้ว

ต่อไปก็น่าจะดูดซัพพลายปาล์มให้กลไกราคากลับมาทำงานตามปกติได้มากขึ้น และกระทรวงเกษตรฯ ก็น่าจะหาทางลดพื้นที่ปลูกปาล์มให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชอื่นทดแทนมากขึ้น เนื่องจากอียูก็กำลังจะห้ามบริโภคน้ำมันปาล์มแล้ว

ก็อย่างที่บอกแล้วไง เมื่อเหตุแห่งการตกต่ำของราคาผลปาล์มสดหมดไปแล้ว ก็ไม่เห็นความจำเป็นใด ๆ เลย ที่จะออกมาตรการสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายประโยชน์ผู้บริโภคอีก ทั้งที่หน้าที่หนึ่งของกรมการค้าภายใน นั้นก็คือ การปกป้องผู้บริโภคมิใช่หรือ

การขายปาล์มน้ำมันบรรจุขวดในราคาโปรโมชั่น ที่อ้างกันว่าต่ำกว่าราคาตลาด ก็ไม่รู้ความเป็นจริงว่า ต่ำกว่าแค่ไหน แต่ นั่นก็เป็นเพียงนโยบายทางการตลาดระยะสั้นเท่านั้น ห้างค้าปลีกฯ คงไม่สามารถจะขายสินค้าต่ำกว่าทุนเป็นระยะยาวตลอดไปได้

ในทางตรงกันข้าม การทำโปรโมชั่นปาล์มน้ำมันบรรจุขวด ก็จะช่วยให้เร่งการบริโภคมากขึ้น สินค้าในสต๊อกจะลดลง และช่วยเร่งการผลิตใหม่ อันจะทำให้ผลผลิตส่วนเกินลดลงและสามารถรักษาระดับราคาปาล์มสดเอาไว้ได้

ทำไมกรมการค้าภายในถึงคิดแบบสุกเอาเผากิน นอกจากจะไม่คุ้มครองแล้วยังทำลายผลประโยชน์ผู้บริโภคเยี่ยงนี้