อุปทานหมู่หุ้นไทย

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง..เราจะได้เห็นการหยิบฉวย “หุ้นบางกลุ่มบางตัว” ขึ้นมาเฮโล..เก็งกำไรอยู่เสมอ.! ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือใครจะเป็นรัฐบาล มีการเสาะหาหุ้นและจับมายึดโยงตัวนักการเมืองและนโยบายรัฐบาลกันมาทุกยุคทุกสมัย..!

พลวัตปี 2019 : สุภชัย ปกป้อง

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง..เราจะได้เห็นการหยิบฉวย “หุ้นบางกลุ่มบางตัว” ขึ้นมาเฮโล..เก็งกำไรอยู่เสมอ.! ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือใครจะเป็นรัฐบาล มีการเสาะหาหุ้นและจับมายึดโยงตัวนักการเมืองและนโยบายรัฐบาลกันมาทุกยุคทุกสมัย..!

ปรากฏการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นกับ “หุ้นรับเหมาก่อสร้าง” และ “หุ้นนิคมอุตสาหกรรม” แม้ว่าสงครามเก็งกำไรอยู่ในช่วงพักลบ แต่ “หุ้นกระต่ายตื่นข่าว” เหล่านี้พร้อมปลุกสงครามเก็งกำไรขึ้นได้ทุกเมื่อ อยู่ที่ว่าใครจะชิงจังหวะเป็นตัวเปิดเกมก่อนกัน เพราะนั่นหมายถึง “เปิดเกมแล้วติดไฟ..กำไรบาน” แน่นอน..!!

กรณีชัดเจนสุดก็คือบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC และบริษัท เอสทีพีแอนด์ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI สองหุ้นในสังกัดตระกูลชาญวีรกูล ถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายใหญ่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ด้วยสตอรี่ที่ว่า “ภูมิใจไทยกระชับพื้นที่กระทรวงคมนาคม” ชัวร์

ทำให้เกิดการตื่นตูมเก็งกำไร “หุ้นชาญวีรกูล” กันยกใหญ่ทำให้ราคาหุ้น STEC ที่เคยอยู่แถว 20 บาทต้น ๆ ขึ้นเกือบทะลุ 30 บาท เช่นเดียวกับ STPI จาก 6 บาทต้น ๆ จนทะลุ 7 บาท ถือเป็นการปรับขึ้นจาก “การตื่นตูม” มากกว่าจะนำเรื่องพื้นฐานมาคิดคำนวณกัน..!!

อีกกลุ่มคือ “หุ้นนิคมอุตสาหกรรม” อย่างบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ที่เกิดปรากฏการณ์หยิบฉวยประเด็นเรื่องระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ว่ากันว่าเป็นนโยบายขนานเอกรัฐบาลใหม่มาเป็นตัวดันราคาหุ้น..!!

จนเกิดอาการ “กระต่ายตื่นหุ้น” แห่เข้าเก็งกำไร..!! ภายใต้ความเชื่อที่ว่า EEC จะช่วยให้ WHA และ AMATA มีรายได้เติบโตสวยหรูอลังการ แม้ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นการคาดหวังสูงมากจนเกินไป

ราคาหุ้น AMATA จากระดับ 20 บาท ไปจนเกือบแตะ 25 บาท และราคาหุ้น WHA จากระดับ 4 บาท ปรับขึ้นเกือบถึงระดับ 4.80 บาท เพียงช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ จึงดูไม่สมเหตุสมผลกับความเป็นจริงปัจจัยพื้นฐานเลยซะทีเดียว

หากมองในเชิง “การเก็งกำไร” เรื่องนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร..เพราะถือเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของตลาดหุ้นอยู่แล้ว แต่ด้วยธรรมชาตินี้เอง ทำให้มีบางกลุ่มจับจุดที่ว่า “ใจร้อนอยากรวยเร็ว” มาปลุกทำให้เกิดกระแสการตื่นตูมหุ้นตัวใดตัวหนึ่งขึ้นมา กลายเป็นไวรัลในวงกว้าง ก่อนจะออกของหรือขายทำกำไรกันในที่สุด

มองในเชิงปรียบเทียบปรากฏการณ์ “กระต่ายตื่นหุ้น” เสมือนเป็น “อุปทานหมู่” ที่เกิดจากความเชื่อด้านใดด้านหนึ่งจากเพียงคนเดียว กลุ่มเดียว..จนขยายสู่วงกว้าง เฉกเช่นปรากฏการณ์ “ฉี่จั๊กจั่น” หรือ “บัตรพลังงาน” โดยเป็นการหวังผลขั้นปลายมากกว่าที่จะย้อนไปดูจุดเริ่มต้นและความเป็นไปได้

“อุปทานหมู่หุ้นไทย” จึงเป็นทั้งคุณและโทษในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะอยู่ตรงจุดไหน..หากอยู่ถูกที่ถูกทางอาจมีคุณอนันต์..แต่ผิดที่ผิดทางก็เป็นโทษมหันต์..ได้เช่นกัน..!!!!