1,720 จุด เอาอยู่ ?

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอเปิดด้วยการย้ำหัวหมุดตามที่เคยเกริ่นไปอีกครั้งว่า ตอนนี้หมดเวลาของหุ้นใหญ่ และถึงคราวของหุ้นเล็กที่จะได้ออกมาวาดฝีไม้ลายมือแทน เลยไม่มีความจำเป็นต้องเม้าท์แตกอะไรมากมาย เพราะการทิ้งตัวลงมาในแดนลบบาง ๆ เกือบทั้งวัน ก่อนจะมาลงเอยที่ระดับ 1,721.48 จุด ลบไป 9.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.53 หมื่นล้านบาท หุ้นในกลุ่ม SET50-SET100 กอดคอร่วงระนาวมันสะท้อนให้เห็นว่านักเล่นได้เบือนหน้าหนีหลังจากเข้าใจดีว่าหุ้นใหญ่หลังจากไม่มีปัจจัยบวกให้เล่น แถมหุ้นหลาย ๆ ตัวยังเข้าเขตซื้อมากเกินไปได้เป็นอย่างดียังไงล่ะคะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอเปิดด้วยการย้ำหัวหมุดตามที่เคยเกริ่นไปอีกครั้งว่า ตอนนี้หมดเวลาของหุ้นใหญ่ และถึงคราวของหุ้นเล็กที่จะได้ออกมาวาดฝีไม้ลายมือแทน เลยไม่มีความจำเป็นต้องเม้าท์แตกอะไรมากมาย เพราะการทิ้งตัวลงมาในแดนลบบาง ๆ เกือบทั้งวัน ก่อนจะมาลงเอยที่ระดับ 1,721.48 จุด ลบไป 9.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.53 หมื่นล้านบาท หุ้นในกลุ่ม SET50-SET100 กอดคอร่วงระนาวมันสะท้อนให้เห็นว่านักเล่นได้เบือนหน้าหนีหลังจากเข้าใจดีว่าหุ้นใหญ่หลังจากไม่มีปัจจัยบวกให้เล่น แถมหุ้นหลาย ๆ ตัวยังเข้าเขตซื้อมากเกินไปได้เป็นอย่างดียังไงล่ะคะ

*ที่สำคัญคือหากมองประเด็นเฉพาะตัวของกลุ่มหลักอย่างธนาคาร คงต้องพักความน่าสนใจลงไปก่อนชั่วคราว เพราะผลงานไตรมาส 2 ที่ใกล้จะคลอดออกมาในภาพรวมมีทีท่าว่าจะชะลอตัว แถมยังมีเรื่องเฟดที่อาจจะไม่หั่นดอกเบี้ยเป็นตัวกดดัน การย่อตัวลงของดัชนีไปแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,721.33 จุด คิดเป็นการปรับตัวลดราว 10 จุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

*หากเนื้อเรื่องดำเนินมาแบบนี้ “โมนิก้า” อยากให้มิตรรักแฟนคลับมุ่งเป้าไปที่หุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่ยังเหลือแก๊ปให้เล่น โดยอิงหุ้นที่มีประเด็นบวกเป็นพื้นฐาน และอย่าลืมว่าในภาวะตลาดหุ้นแกว่งตัวขาลง หุ้นที่ยังมีโอกาสฟื้นส่วนใหญ่วัดกันที่ผลงานพ่วงสัญญาณเทคนิค หากเริ่มเห็นว่าเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาจน RSI บอกสัญญาน Overbought ก็เตรียมตัวขายเอากำไรไว้ก่อนนะจ๊ะขอบอก

*ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในรายของ ASAP กลายเป็นหุ้นดาวเด่นประจำวันที่มีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ทำให้หุ้นเริ่มมีความน่าสนใจอีกครั้ง หลังจากที่ย่ำฐานมาเป็นเวลากว่าครึ่งปี การได้เห็นหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 3.08 บาท บวกไป 0.38 บาท หรือขึ้นไป 14.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 63.29 ล้านบาท ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน มันน่าตามไปดูต่อจริง ๆ เจ้าค่ะ

*ในรายของ JAS ได้เห็นรูปแบบการปรับตัวขึ้นลงเหมือน สงครามวันเดียวหลังจากราคาพุ่งทะยานแรงกลับมาลงเอยที่ระดับ 7.50 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 1.32% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.33 พันล้านบาท ล้วนมาจากแรงขายทำกำไรตามสัญญาณเทคนิคหลังหุ้นขึ้นไปแตะ 7 บาท หากแต่เกมนี้ “โมนิก้า” มองว่ายังไม่ใช่จุดจบ เพราะพื้นฐานมีประเด็นใหญ่ขายสินทรัพย์เข้ากองทุนฯ เป็นตัวหนุนทำให้เห็นภาพกลาย ๆ ว่าผลงานเที่ยวนี้รับรองแจ่มกว่าเดิมพะยะค่ะ

*ส่วนหุ้นที่ทะยานต่อเนื่องหลังมีดีลร้อนเกิดขึ้นอย่าง COM7 ยังคงบวกต่อจนมาปิดที่ระดับ 24.50 บาท บวกไป 1.90 บาท หรือขึ้นไป 8.41% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.32 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองว่าหลังจากหุ้นวิ่งขึ้นมาระดับหนึ่ง สิ่งที่ควรจะโฟกัสหลังจากการเข้าซื้อบิ๊กล็อตของกลุ่ม BTS เที่ยวนี้คงต้องมองไปที่การ Synergy ระหว่าง 2 บริษัท ว่าจะเกิดประโยชน์ต่อกันและกันได้มากน้อยแค่ไหน ที่แน่ ๆ สัญญาณตัวเลขกำไรในอนาคตมีแววว่าจะเด็ดสะระตี่เจ้าค่ะ

*แวะมาที่ VL หุ้นเล็กพริกขี้หนูกระชากมาปิดที่ระดับ 1.63 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 10.14% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 297.29 ล้านบาท เอาเป็นว่าแรงซื้อหนาแน่นรอบนี้สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งรีบนับเงิน ! เพราะเดี๊ยนไปสืบเสาะมาแล้วว่า ผลงานไตรมาส 2 จะออกมาแจ่มแจ๋ว เซียนหุ้นยังฟันธงธุรกิจเติบโตยาวอีก 2 ปี แถมรอบนี้เคาะเป้าสูงแถว 2.58 บาท ยังเหลืออัพไซด์ให้เล่นเกือบ 58% หุ้นถึงมีโอกาสไปต่อยาว ๆ นะจะบอกให้

*ในรายของ M ราคามาแรงแซงทางโค้งด้วยการพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 80.25 บาท บวกไป 3.75 บาท หรือขึ้นไป 4.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 201.03 ล้านบาท นิวไฮในรอบ 1 ปี เทรนด์เทคนิคเป็นขาขึ้นเต็มตัว พ่วงผลงานที่โตตามสาขา ทำให้รู้ว่าธุรกิจร้านสุกี้ยังไปได้สวย “โมนิก้า” มองว่านาทีนี้ยังเหลือแก๊ปให้หุ้นปรับขึ้นได้อีกบานตะไท การวิ่งขึ้นไปแตะราคาเป้าหมายที่ระดับ 82 บาท จึงดูไม่ยากเย็นนักเจ้าค่ะ

*ส่วนในรายของ BEC มีเรื่องดี ๆ เข้ามากระแทกราคาหุ้นถึงได้วิ่งขึ้นพรวดพราดมาปิดที่ 9.55 บาท บวกไป 0.55 บาท หรือขึ้นไป 6.11% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 489.93 ล้านบาท หลังบอร์ดกสทช.ไฟเขียวจ่ายเงินชดเชย “วอยซ์ ทีวี” ตามเงื่อนไขคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเป็นเจ้าแรก “เดี๊ยน” มองเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยา เพราะช่อง 3 ได้คืนช่องไปถึง 2 ช่องด้วยกัน คือ “3 FAMILY” กับ “3 SD” ตอนนี้จึงเป็นช่วงรอถึงคิวรับเงินชดเชยเข้ากระเป๋ายังไงล่ะเจ้าคะ

*ปิดท้ายกับหุ้น WORK เป็นอีกตัวที่สะท้อนประเด็นที่ “โมนิก้า” เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ต้น หลังจากหุ้นแรลลี่ยาวขึ้นไปทำยอดที่ 31.25 บาท จนไม่เหลือแก๊ปให้เล่น จึงเริ่มเจอแรงขายออกมาต่อเนื่อง สาเหตุเป็นเพราะสตอรี่ที่ไม่มีอะไรในกอไผ่ จึงไม่แปลกใจที่จะถูกหั่นประมาณการกำไรปีนี้ลง ทำให้ราคาไหลลงมาปิดที่ 28.75 บาท ลบไป 2 บาท หรือลงไป 6.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 419 ล้านบาท แถมการย่อตัวลงมาครั้งนี้ยังสะท้อนถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่อาจไม่เป็นตามคาดยังไงล่ะจ๊ะ

Back to top button