การลงทุนช่วงตลาดหุ้นขาลง.!

ช่วง “ตลาดหุ้นเข้าสู่ขาลง” นักลงทุนต่างสรรหาวิธีการรับมือ ที่แตกต่างกันออกไป ต่างจากช่วง “ตลาดหุ้นขาขึ้น”นักลงทุนไม่ต้องทำอะไรมาก เพียงแค่ซื้อและถือหุ้นแล้วขาย สามารถสร้างผลตอบแทนได้แล้ว กลยุทธ์การลงทุนช่วงตลาดหุ้นขาลง ถือว่ามีสำคัญอย่างยิ่ง..จึงมีหลายวิธีการที่สามารถทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของนักลงทุนแต่ละคนที่แตกต่างกันไป

พลวัตปี 2019 : สุภชัย ปกป้อง

ช่วง “ตลาดหุ้นเข้าสู่ขาลง” นักลงทุนต่างสรรหาวิธีการรับมือ ที่แตกต่างกันออกไป ต่างจากช่วง “ตลาดหุ้นขาขึ้น”นักลงทุนไม่ต้องทำอะไรมาก เพียงแค่ซื้อและถือหุ้นแล้วขาย สามารถสร้างผลตอบแทนได้แล้ว กลยุทธ์การลงทุนช่วงตลาดหุ้นขาลง ถือว่ามีสำคัญอย่างยิ่ง..จึงมีหลายวิธีการที่สามารถทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของนักลงทุนแต่ละคนที่แตกต่างกันไป

-ขายหุ้นทั้งหมดถือเงินสด 100% วิธีการนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความหวาดกลัวและตื่นตระหนกกับตลาดหุ้นขาลงเป็นอย่างมาก จุดเด่นวิธีการนี้อยู่ที่นักลงทุนแทบจะไม่มีการสูญเสียเงินลงทุนเลย แต่ปัญหาอยู่ที่ตอนกลับเข้ามาในตลาด “ความหวาดกลัวและความระแวง” อาจทำให้จังหวะการตัดสินใจลงทุนผิดพลาดหรือเสียโอกาสได้เช่นกัน

-ขายหุ้นบางตัว คือการขายหุ้นบางส่วนออก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด ด้วยการขายหุ้นที่มีราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Overvalue) เพราะหากตลาดซบเซา หุ้นที่มีราคาแพงจะมีโอกาสปรับตัวลงค่อนข้างแรง ข้อดีคือจะมีเงินสดเก็บไว้ในมือและหากตลาดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว จะมีเงินเข้าไปซื้อ หุ้นพื้นฐานดีราคาถูก ๆ ถือเป็นการป้องกันตนเองและเป็นการปรับพอร์ตลงทุนตามสถานการณ์

แต่ข้อเสียคือการมีเงินสดในมือมากเกินไป อาจทำให้เกิดค่าเสียโอกาส หากตลาดหุ้นซบเซาเป็นเวลานาน

ปรับพอร์ตป้องกันความเสี่ยง ช่วงที่ตลาดหุ้นตก นักลงทุนอาจปรับพอร์ตด้วยกลยุทธ์ เรียกว่า Portfolio Hedge เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน โดยมีตลาดอนุพันธ์ อาทิ SET50 Futures, Single Stock Futures หรือการลงทุนผ่าน ETFs เป็นทางเลือกเพื่อชดเชยการขาดทุนหรืออาจทำให้พอร์ตไม่ขาดทุนเลยก็ได้

แต่เงื่อนไขสำคัญต้องมีความเข้าใจบริบท มิเช่นนั้นอาจยิ่งซ้ำเติมการขาดทุนก็เป็นได้

ยอมตัดขาดทุน การตัดขาดทุน (Stop Loss) คือ การที่นักลงทุนยอมขายขาดทุนออกไปก่อน เพื่อป้องกันหรือลดผลขาดทุนที่จะเกิดขึ้นและรอตลาดส่งสัญญาณที่ดี ค่อยกลับเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง การตัดขาดทุน น่าจะเป็นคำตอบที่ดีช่วงสภาวะตลาดขาลง เพราะหากลังเลไม่ยอมขาย อาจต้องติดหุ้นยาวได้

แต่เงื่อนไขอยู่ที่นักลงทุนต้องมีวินัยเรื่องการตัดสินใจลงทุนสูง “ถึงเวลาตัดต้องตัด” ทันที

-สวนกระแส ช่วงตลาดหุ้นปรับตัวลงมาก นักลงทุนส่วนใหญ่จะเกิดความกลัว จึงเริ่มขายหุ้นออกมาทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่มีนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง ที่นิยมซื้อหุ้นช่วงที่ทุกคนพากันตื่นกลัว เนื่องจากได้ราคาถูกและเมื่อบรรยากาศการลงทุนเริ่มดีขึ้น จะเป็นช่วงเวลาที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้มีโอกาสทำกำไรจากการลงทุนได้มากขึ้น

กลยุทธ์นี้เรียกว่า “กลยุทธ์การลงทุนแบบสวนกระแส” หรือ Contrarian Investment นั่นเอง..!!

สำหรับนักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบสวนกระแส ต้องมีวินัยและเข้าใจพื้นฐานบริษัทอย่างถ่องแท้ เพื่อมั่น ใจว่าบริษัทนั้นมีปัจจัยพื้นฐานดีจริง ๆ จะช่วยให้นักลงทุนได้หุ้นที่ดีและราคาถูก แต่วิธีการนี้อาจอันตรายต่อนักลงทุนที่มีประสบการณ์น้อย ความอดทนต่ำได้เช่นกัน

แต่..ไม่ว่าด้วยยุทธวิธีการลงทุนใดก็ตาม “ปัจจัยพื้นฐาน” จะเป็นวัคซีนป้องกันความเสี่ยงเป็นเบื้องต้นได้เสมอ..!!