KTBST มอง SET สัปดาห์นี้ดีดตัวแนะถือเงินสด 20% พร้อมเคาะ 7 หุ้นตัวท็อปน่าเก็งกำไรระยะสั้น

KTBST มอง SET สัปดาห์นี้ดีดตัวแนะถือเงินสด 20% พร้อมเคาะ 7 หุ้นตัวท็อปน่าเก็งกำไรระยะสั้น

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST เปิดเผยว่า ขณะนี้มองแนวโน้มหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (19-23 ส.ค.62) ว่าตลาดโดยรวมยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและการชุมนุมที่ฮ่องกง เป็นผลให้การโยกย้ายการลงทุนเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่ำจะยังดำเนินต่อไป แต่อาจมีบางวันที่ตลาดหุ้นดีดตัวกลับขึ้นมาได้เพราะปรับตัวลงไปมาก (Bloomberg World Index ลดลงถึง 4.0% ในเดือน ส.ค.)

โดยปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้คือทิศทางของผลตอบแทบพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หากปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้น ส่วนประเด็นด้านการค้าสหรัฐฯกับจีนนั้น ต้องติดตามความคืบหน้าในเรื่องที่สหรัฐฯอนุญาตให้บริษัท หัวเหว่ย สามารถซื้อสินค้าจากบริษัทของสหรัฐฯได้  รวมทั้งทิศทางของค่าเงินหยวนหากปรับตัวแข็งค่าขึ้นจะเป็นบวกต่อตลาด ขณะเดียวกันตลาดยังติดตามการหารือการค้ารอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า

ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ตลาดรอติดตามคือ เป็นรายงานผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC)  ในวันที่ 21 ส.ค. และการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในงาน Jackson Hole Economic Policy Symposium  ในวันที่ 23 ส.ค.

สำหรับปัจจัยในประเทศ ได้ผ่านช่วงรายงานผลกำไรของตลาด คาดว่านักวิเคราะห์อาจเริ่มปรับลดคำแนะนำลงทุนในหุ้นรายตัวลง โดยตลาดจับตาดูการรายงานตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 2/62 ของไทยที่รายงานวันจันทร์วันนี้ ตลาดคาดว่าจะออกมาอยู่ที่  2.4% ลดลงจากไตรมาส 1/62 ซึ่งอยู่ที่ 2.8% และรายงานตัวเลขส่งออกล่าสุด

ส่วนปัจจัยหนุนตลาด คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ตั้งไว้ในกว่า 3 แสนล้านบาท แม้ว่า 3 มาตรการที่ออกมาก่อนหน้าจะมีผลต่อตลาดไม่มากก็ตาม แต่โดยรวม KTBST มองว่าตลาดกำลังมองหาข่าวดีที่จะเป็นแรงกระตุ้นตลาด จึงเห็นแรงซื้อเข้ามาในวันศุกร์และจะต่อเนื่องมาในสัปดาห์นี้

ด้านกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ ตลาดปรับตัวลงทำระดับไว้เพียงแค่ 1,590 จุด และดีดตัวกลับพร้อมกับตลาดทั่วโลก ถือจะเป็นปัจจัยบวกสั้นๆ ต่อตลาด เป้าหมายสูงสุดของสัปดาห์นี้คือ 1,650 จุด แต่อย่างไรก็ตาม ควรพร้อมปรับตัวตามข่าวบวก/ลบ รายวันที่อาจจะเข้ามา

โดยสัปดาห์นี้ KTBST แนะให้ถือเงินสด 20% เน้นเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ในหุ้นที่มีการเติบโตดี หรือราคาลงมามาก และหุ้นที่ได้ปัจจัยบวกจากการเติบโตของเศรษฐกิจ (Domestic Play) สำหรับหุ้นที่การเติบโตดีต่อเนื่องคือ SAWAD, MTC ขณะที่หุ้นราคาลงมามาก และเน้นเก็งกำไรคือ KBANK, PTTGC และกลุ่ม Domestic Play คือ  BJC, COM7 และ AP

ทั้งนี้ ประเมินคาดกรอบดัชนีฯสัปดาห์นี้ที่ 1,600-1,650 จุด