JMART บวกต่อเกือบ 3% โบรกฯ มองครึ่งปีหลังโตเด่น ลุ้นราคาวิ่งแตะเป้าบน 15.30 บาท

JMART บวกต่อเกือบ 3% โบรกฯ มองครึ่งปีหลังโตเด่น ลุ้นราคาวิ่งแตะเป้าบน 15.30 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ  JMART ล่าสุด ณ เวลา 11.39 น. อยู่ที่ระดับ 11.70 บาท ปรับตัวขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.63% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 96.08 ล้านบาท

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (22 ส.ค.62) ว่า การเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ของ JMART จะไม่ได้จำกัดอยู่ในธุรกิจ consumer retailer (mobile) อีกต่อไป แต่บริการจะครอบคลุมไปถึง Consumer finance  เริ่มต้นตั้งแต่การจำหน่าย (JMART-SINGER-J) , ให้สินเชื่อ-ให้ยืม (JFintech-SINGER) , ติดตาม-บริหารหนี้ (JMT) ซึ่งมองเป็นโอกาสที่จะสร้างการเติบโตไปอีกระดับโดยเฉพาะความต้องการในระดับล่างที่ผู้เล่นรายอื่นเข้าไม่ถึง

JFintech-JVentures จะเป็นคลื่นลูกใหม่สร้าง Digital Disruption ด้านการเงิน

ทั้งนี้ มองเห็น Upside risk ที่น่าติดตามในปี 2564-2565 ได้แก่ 1) JFintech อยู่ภายใต้ JMART  ดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อมือถือและ Personal loan ปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อถึง 3,800 ล้านบาท ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมากเทียบ non-banks รายอื่น และ 2) JVentures เป็นบริษัทย่อยที่คอยสนับสนุนเทคโนโลยีให้บริษัทในเครือ อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ P2P lending หลังระดมเงินทุนผ่าน ICO JFincoin โดยคาดเริ่มเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 4/62 หากระบบดังกล่าวเสร็จจะถูกต่อเข้ากับ JFintech เพื่อให้บริการสินเชื่อกลุ่มรากหญ้าที่ไม่มีรายได้ประจำและเข้าถึงสถาบันการเงินไม่ได้ (Unbanks) ที่ตลาดมูลค่ามหาศาล โดยทั้งสองมีโอกาสที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดฯช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ธุรกิจแม่เริ่มยืนกำไรได้ ขณะธุรกิจลูกเติบโตสูง

ทั้งนี้ JMART มีกำไรไตรมาส 2/62 เท่ากับ 137 ล้านบาท ปรับตัวขึ้น 16% จากไตรมาสก่อน, เพิ่มขึ้น 208% จากปีก่อน มาจาก 1) Mobile มีกำไรราว 30 ล้านบาท แม้ยอดขายลดตามอุตสาหกรรมที่อิ่มตัว แต่การเลือกขายสินค้าที่มาร์จิ้นดีและคุม Inventory ทำให้มีอัตรากำไรสูง 2) JMT โตตามเป้า  3) JFintech สามารถบริหาร NPL ได้ดีและเริ่มมีกำไรได้ 4) SINGER มียอดขายสินค้าเติบโตดีในช่วงไฮซีซั่น

โดยประเมินกำไรช่วงครึ่งปีหลังของปี 62 จะเด่นกว่าครึ่งแรกจาก 1) เป็นช่วงธุรกิจมือถือมีรุ่นใหม่เปิดตัวคาดยืนกำไร 100 ลบ./ปี 2) JMT มียอดจัดเก็บที่เติบโตแบบจากไตรมาสก่อน  และเป็นช่วงการเข้าซื้อหนี้เสีย 3) SINGER การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยตามพอร์ตสินเชื่อ C4C กรอบราคาเหมาะสมเท่ากับ 11.00-13.75 บาท

ทั้งนี้ ครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรสุทธิ 255 ลบ. คิดเป็น 51% ของประมาณการทั้งปีที่ 500 ลบ. อิง Bloomberg consensus ประเมินกรอบราคาเหมาะสมหลังจ่ายหุ้นปันผล (Fully diluted) เท่ากับ 11.00-13.75 บาท บนกรอบ P/E 20-25 เท่า เทียบกับหุ้นกลุ่มค้าปลีก ทั้งนี้หากประเมินเฉพาะมูลค่า JMT-SINGER ที่ JMART ถือด้วย Market approach บริษัทแม่จะมีมูลค่า 11.30  บ./หุ้น โดยยังไม่รวมธุรกิจมือถือและบริษัทลูกอื่นๆ ในเครือ

 

ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ โดยเคาะหุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ JMART, AMANAH, TASCO

1) JMART (ราคาเป้าหมาย 15.3 บาท) : งบไตรมาส 2/62 ออกมากดี และคาดจะดีต่อในไตรมาส 3/62

2) AMANAH (ราคาเป้าหมาย 2.8 บาท) : คาดงบครึ่งปีหลังของปี 62 โตแรงต่อเนื่อง และมีเปิดสาขาเพิ่ม 2-5 สาขา

3) TASCO(ราคาเป้าหมาย 26 บาท) : คาดกำไรครึ่งปีหลังของปี 62 โตเด่น + ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ

คำค้น