คนชั้นกลาง 2 มาตรฐาน

คนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมี ที่เคยรังเกียจ “ประชานิยม” รู้สึกอย่างไร เมื่อเห็นคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าคิวกดเงินธนาคารกรุงไทยยาวเหยียด หรือมัวแต่สะใจ ว่าคนจนคนชนบทที่เคยเลือกทักษิณเพราะได้ประโยชน์ วันนี้ต้องตะเกียกตะกายมาพึ่งประยุทธ์ พึ่งพลังประชารัฐ นักเศรษฐศาสตร์ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ คนชั้นกลางที่โวยขรม ว่าเอาเงินภาษีเราไปหาเสียง วันนี้หายไปไหนหมด


ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

คนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมี ที่เคยรังเกียจ “ประชานิยม” รู้สึกอย่างไร เมื่อเห็นคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าคิวกดเงินธนาคารกรุงไทยยาวเหยียด หรือมัวแต่สะใจ ว่าคนจนคนชนบทที่เคยเลือกทักษิณเพราะได้ประโยชน์ วันนี้ต้องตะเกียกตะกายมาพึ่งประยุทธ์ พึ่งพลังประชารัฐ นักเศรษฐศาสตร์ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ คนชั้นกลางที่โวยขรม ว่าเอาเงินภาษีเราไปหาเสียง วันนี้หายไปไหนหมด

ใช่เลย การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นเรื่องดี แต่นอกจากแจกกันเห็น ๆ แบบนี้ แล้วมีมาตรการอะไรช่วยเพิ่มรายได้บ้าง หรือรัฐบาลต้องการเพียงให้ “คนจน” 14.5 ล้านกดเงินไปใช้จ่าย คนชั้นกลาง 10 ล้านคน รับเงินพันไปท่องเที่ยว จะได้กระตุ้นจีดีพีไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 3% จะได้ทำงบขาดดุล กู้ได้อีก 2.3 ล้านล้านใน 5 ปีข้างหน้า

คนที่เคยด่าประชานิยมทักษิณ ไม่รู้สึกเลยหรือว่านี่มันมั่วมาก ยุคทักกี้ชั่ว ๆ ดี ๆ ก็ไม่เคยแจกเอาดื้อ ๆ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า ไม่ได้แยกว่าใครจนไม่จน กองทุนหมู่บ้าน OTOP ก็เป็นการให้โอกาส เข้าถึงแหล่งทุน เข้าถึงตลาด ค่าแรง 300 บาท จำนำข้าว 15,000 จะด่าอย่างไรก็ตาม มันก็เป็นการเพิ่มรายได้ ไม่ใช่แจกเงินประทังชีวิตไปวัน ๆ

การแจกแบบรัฐบาลนี้ ที่ต่อเนื่องมาจากยุค คสช. เห็นชัดว่าแค่ต้องการกระตุ้นใช้จ่าย การจำแนกคนรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท 100,000 บาท ก็รู้กันว่าจำแนกได้แค่คนมีรายได้ในระบบภาษี หรือมีเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่กระทรวงการคลังไม่เคยสนใจตรวจสอบจริงจัง เคยพูดหลายครั้งว่าจะมีการตรวจสอบ จะมีการฝึกอาชีพ ใครไม่ผ่านตัดออก แต่ตัวเลขก็ไม่เคยลด คงพอใจกับ 14.5 ล้านที่เป็นเป้าหมายให้โอนเงิน

ขณะเดียวกัน มาตรการแจกเงินไปเที่ยว ททท.ก็ยังจะขอมติ ครม.ส่งเสริมให้ลาหยุดได้อีก 2 วัน โดยไม่นับเป็นวันลา จะใครเสียที่ไหน ก็ข้าราชการนั่นแหละ ว่างมาก จนต้องสนับสนุน “หลังยาวกระตุ้นเศรษฐกิจ”

ข้อแตกต่างจาก “รัฐบาลที่แล้ว” คือนายกฯ คนก่อนไล่ไปขายยางดาวอังคาร นายกฯ คนนี้ยอมให้พรรคประชาธิปัตย์ประกันราคาข้าว ยาง ปาล์ม ซึ่งอันที่จริง ก็ไม่ใช่ว่ารัฐบาลที่แล้วไม่ช่วย มีการจ่ายอุดหนุน ชดเชย จำนำยุ้งฉาง ค่าเก็บเกี่ยว ฯลฯ แบบกะปริบกะปรอย

ประกันดีกว่าจำนำ? ถ้าดูตัวเลขจำนำข้าว 15,000 ก็อาจพูดได้ว่าสูงเกินไปจนบิดเบือนกลไกตลาด แต่ถ้าตัวเลขเท่ากัน ประกันราคาก็มีปัญหาอีกด้าน คือมันไปกดกลไกตลาด เข้าปากพ่อค้าและผู้ส่งออก

ยกตัวอย่าง ข้าวตันละ 8,000 ประกัน 10,000 ขายได้ไม่ถึงไปรับชดเชยจากรัฐบาล พ่อค้ายิ้มแป้น กดราคาเหลือ 6,000-7,000 รัฐบาลก็มีหน้าที่จ่ายไปสิ ต่างจากจำนำ 10,000 ซึ่งพ่อค้าจะต้องซื้อแข่ง หาข้าวมาส่งตามออเดอร์ ถึงได้โวยกันลั่น

ประกันราคายังมีอั้น จำกัดกี่ไร่กี่ตัน เกินกว่านั้นก็ถูกกดราคา นี่เหมือนกันหมด ไม่ว่าข้าว ยาง ปาล์ม ยางกิโลละ 40 ประกัน 60 จำกัด 25 ไร่ ใครมีเกินก็ซวยไป เพราะราคาตลาดจะดิ่งลง

นักเศรษฐศาสตร์เคยวิพากษ์จำนำข้าวว่า ทำให้ชาวนาไม่ลดพื้นที่ปลูกข้าว ไม่พัฒนาการผลิต ถามว่าประกันต่างกันไหม โดยเฉพาะยาง ปาล์ม ซึ่งกำลังจะไร้อนาคต ประกันแล้วจะยกระดับราคาได้จริงหรือ

นี่คือเรื่องตลก ไม่ต่างกับทางการเมือง รัฐบาลทำอะไรถูกไปหมด ทั้งที่ทำเหมือนหรือแย่กว่ายุคทักษิณเพื่อไทยด้วยซ้ำ ก็มีอำนาจสองมาตรฐาน สังคมสองมาตรฐาน ช่วยอุปถัมภ์

Back to top button