SCBAM เปิดกองทุน SCBCR1YD ลดเสี่ยงเงินต้นลงทุน ETF ทองคำ

SCBAM เปิดกองทุน SCBCR1YD ลดเสี่ยงเงินต้นลงทุน ETF ทองคำ

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น 1YD (SCB Complex Return 1YD : SCBCR1YD) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย  1 ปี มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนของเงินต้นพร้อมเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตามราคาทองคำโลกจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับ ETF ทองคำต่างประเทศ คือ SPDR Gold Shares โดยเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งเดียวระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน 2562 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท

สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 1YD  จะมีกลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 นำเงินต้นประมาณ 98% ของทรัพย์สินกองทุนไปลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ขึ้นไป เมื่อครบกำหนดอายุกองทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนพร้อมผลตอบแทน ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินต้น การลงทุนส่วนนี้มีความผันผวนต่ำช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินต้นได้

โดยเบื้องต้นพอร์ตการลงทุนคาดว่าประกอบด้วยตราสารหนี้ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) – ไทย, บมจ. แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD)-ไทย), ตราสารหนี้ธนาคาร China Merchant Bank (CMB)-จีน, ตราสารหนี้ธนาคาร Agricultural Bank of China (ABC) -จีน, ตราสารหนี้ธนาคาร Bank of China (BOC) -จีน, ตราสารหนี้ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank (ADCB) -สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ตราสารหนี้ธนาคาร Emirate NBD Bank (ENBD) -สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,ตราสารหนี้ธนาคาร Mashreq Bank (MASQ) -สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,ตราสารหนี้ธนาคาร Qatar National Bank (QNB) -กาตาร์, ตราสารหนี้ธนาคาร Al Khaliji Bank (ALK) – กาตาร์ ซึ่งกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน

ส่วนที่ 2 ประมาณ 2% ของทรัพย์สินกองทุนจะลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อิงกับผลตอบแทนของ ETF – SPDR Gold Shares จดทะเบียนและซื้อขายในสหรัฐอเมริกา เน้นสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับราคาทองคำ LBMA Gold Price PM ที่ได้รับการประเมินจาก London Bullion Market Association (LBMA) ผู้นำของโลกในการซื้อขายกำหนดมาตรฐานรูปแบบและแหล่งที่มาของโลหะรวมถึงทองคำ สัญญาวอแรนต์ดังกล่าวมีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนแบบ Shark fin ซึ่งเป็นส่วนสร้างผลตอบให้กับกองทุน

โดยแบ่งการจ่ายผลตอบแทนเป็น 3 กรณี คือ 1) จ่ายผลตอบแทน 60% ของผลตอบแทนของ ETF เมื่อ ETF ปรับตัวขึ้นระหว่าง 0 ถึง 15%  2) จ่ายผลตอบแทนชดเชยประมาณ 1.0% เมื่อ ETF ปรับตัวขึ้นเกิน 15% ระหว่างอายุกองทุน 3) ไม่จ่ายผลตอบแทนหาก ETF ปรับตัวลงต่ำกว่าราคา ณ วันลงทุนเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน โดย ETF – SPDR Gold Shares มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่เฉลี่ย18.56% ต่อปี ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 16.56% ต่อปี ย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ 15.94% ต่อปี และย้อนหลัง1 ปี อยู่ที่ 26.64% ต่อปี (ข้อมูลBloomberg ณ 30 ส.ค.2562)

ทั้งนี้ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่สามารถนำมาผสมไว้ในพอร์ตการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงเช่นเดียวกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ถึงแม้ว่าทองคำในช่วงนี้จะปรับตัวขึ้นมาแล้วแต่ก็ยังมีปัจจัยที่สามารถขับเคลื่อนให้ปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว มีความผันผวนสูง จากเหตุการณ์การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ความเสี่ยงจากสงครามการค้า และความขัดแย้งทางการเมืองทั่วโลก