ประกันราคามาแล้ว

เป็นข่าวออกมาเงียบ ๆ ไม่ครึกโครมเท่ากับ “ชิม ช้อป ใช้” แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้กลับมาทำคลอดนโยบายประกันราคาพืชผลอีกแล้ว ครม.เพิ่งอนุมัติโครงการประกันราคายางและข้าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้

ขี่พายุทะลุฟ้า : ชาญชัย สงวนวงศ์

เป็นข่าวออกมาเงียบ ๆ ไม่ครึกโครมเท่ากับ “ชิม ช้อป ใช้” แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้กลับมาทำคลอดนโยบายประกันราคาพืชผลอีกแล้ว ครม.เพิ่งอนุมัติโครงการประกันราคายางและข้าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้

โครงการประกันรายได้ชาวสวนยางระยะที่ 1 ใช้งบประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน 1.4 ล้านคน และครอบคลุมพื้นที่ปลูกสวนยาง 17 ล้านไร่

โดยใช้วงเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ไปก่อน และรับการชดใช้จากรัฐบาลในปีงบประมาณ 2564 ระยะเวลาประกันรายได้ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ต.ค. 62-มี.ค. 63

ราคาประกันยาง 3 ชนิด ได้แก่ 1)ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/ก.ก. 2)น้ำยางสดราคา 57 บาท/ก.ก. และ 3)ยางก้อนถ้วย ราคา 23 บาท/ก.ก.

นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่จะไม่ได้เห็นราคายาง “3 โล 100” อีกต่อไปแล้ว ชาวสวนยางภาคใต้ มีรอยยิ้มเสียที

โครงการประกันราคาข้าว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดคิกออฟโครงการไปแล้วโดยจะจ่ายส่วนต่างให้กับชาวนาผู้ปลูกข้าวรอบแรก ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนวันที่ 16 ต.ค. 62 จำนวน 349,000 ครัวเรือน ใช้งบประมาณ 9,400 ล้านบาท

ราคาประกันข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ตันละ 14,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 10,000 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานีตันละ 11,000 บาท และข้าวเปลือกเหนียวตันละ 12,000 บาท

ราคาประกันข้าวของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ไม่สูงเท่าราคาจำนำของยิ่งลักษณ์ แต่อย่างน้อยชาวนา ก็ยังมีหลักประกันรายได้ขั้นต่ำในตัวเลขที่พอสมน้ำสมเนื้อ

น่าจะดีกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเหลือแต่ค่าปัจจัยการผลิต แต่ปล่อยราคาไปตามยถากรรมแน่นอน พืชผลที่จะมีการประกันราคาต่อไปก็คือมันสำปะหลังและข้าวโพด

ข้อดีของการประกันราคาพืชผลการเกษตรก็คือ “กลไกตลาด” ยังคงทำงาน เพียงแต่รัฐต้องเข้ามารับผิดชอบ ส่วนต่าง”ระหว่างราคาตลาดกับราคาประกัน ซึ่งใช้เงินน้อยกว่าจำนำ” และไม่มีการทุจริตที่สต๊อกข้าวแน่นอน ค่าจัดเก็บและดูแลรักษาก็ไม่มีเหมือนจำนำข้าว

ข้อเสียก็คือต้องระวังในเรื่องของทะเบียนเกษตรกร ซึ่งอาจมีการปลอมขึ้นมาเท่านั้น

ในบรรดามาตรการรัฐในการช่วยเหลือประชาชน เท่าที่เคยพบเห็นกันมาได้แก่ การแจกเงิน จำนำพืชผล และประกันราคาพืชผล ผมว่า การแจกเงินเป็นมาตรการที่แย่ที่สุด

แจกแล้วก็มลายหายไป ไม่ได้ช่วยสร้างเงิน สร้างงานใด ๆ ทั้งสิ้น บ่มเพาะนิสัยแบมือขอและใช้จ่ายมือเติบให้แก่ประชาชนอีกต่างหาก รัฐบาลนี้แจกมาแล้ว 5 ปีก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น แต่ก็ยังจะเดินหน้าแจกและแจกต่อไปอีก

มาตรการจำนำพืชผล หากตั้งราคาจำนำให้ต่ำกว่าราคาตลาดตามหลักการ แล้วค่อยดึงราคาขึ้นภายหลังก็น่าจะดี แต่สิ่งที่ไม่อาจจะแก้ไขได้เลยก็คือการทุจริตยุ่บยั่บแทบจะทุกขั้นตอน

ประการสำคัญที่สุดก็คือ คนทำต้องติดคุกเห็นๆ กันมาแล้ว

มาตรการที่เซฟและปลอดภัยที่สุด ก็คือ “ประกัน” ที่รัฐรับผิดชอบแค่ส่วนต่างราคา ไม่ต้องมารับภาระรับผิดชอบเก็บรักษาข้าว อันเป็นตัวการให้เกิดช่องทุจริตมากมาย และสามารถจะช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง เพียงแต่ต้องป้องกันเรื่องทะเบียนเกษตรกรปลอมเท่านั้น

สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ติดคุกแน่นอน และดีกว่ามาตรการโปรยเงิน ที่หลงทิศผิดทางมา 5 ปีแล้วเป็นอันมาก