SET สัปดาห์นี้ “Rebound” พร้อมจับตาประชุม FOMC ชู SAWAD JMART CHAYO หุ้นเด่น

SET สัปดาห์นี้ “Rebound” พร้อมจับตาประชุม FOMC ชู SAWAD JMART CHAYO หุ้นเด่น

Weekly outlook: “Rebound” ต้าน 1612/1623 จุด รับ 1577/1563 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สัปดาห์นี้ (28 ต.ค.-1พ.ย.62) ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯที่ดีกว่าคาด อ้างอิงจาก Bloomberg consensusพบว่า บริษัทภายใต้ดัชนี S&P500 รายงานงบแล้ว 38% ทำกำไรดีกว่าคาด 4.45% ผสานความคืบหน้าด้านการค้าสหรัฐฯ-จีน หลังสำนักข่าว Bloomberg รายงานจีนเตรียมซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯวงเงิน 2 หมื่นล้านเหรียญฯเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2017หรือก่อนเกิดสงครามการค้า หากมีการลงนามข้อตกลง Phase 1 และอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4-5 หมื่นล้านเหรียญฯได้

หากมีพัฒนาการเชิงบวกด้านการเจรจา ขณะที่ตัวแทนฝั่งสหรัฐฯรวม ปธน.ทรัมป์ ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯและจีนจะบรรลุข้อตกลง หนุนโอกาสผู้นำ ทั้ง 2 ประเทศลงนามข้อตกลง Phase 1 ในการประชุม APEC เดือน พ.ย. ได้ช่วยลดแรงกดดันต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้จิตวิทยาการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเป็นบวก

อย่างไรก็ตามประเด็น Brexit ยังเป็นปัจจัยถ่วงการลงทุน ล่าสุดนายบอริส จอห์นสัน นายกฯอังกฤษ จะให้เวลาแก่สมาชิกรัฐสภามากขึ้นในการพิจารณาข้อตกลง Brexit จากเดิมที่รัฐบาลให้ เวลาเพียง 3 วัน แลกเปลี่ยนกับรัฐสภาต้องอนุมัติญัตติของรัฐบาลในการจัดการเลือกตั้ง ก่อนกำหนดในวันที่ 12 ธ.ค. ซึ่งจะทำการโหวตในวันจันทร์ 28 ต.ค. โดยหากสภาให้การ อนุมัติต่อญัตติดังกล่าว เขาก็จะประกาศยุบสภาในวันที่ 6 พ.ย. แต่แนะนำจับตาคำตอบจาก EU วันนี้ว่าจะยอมให้ UK ยื่น Deadline ออกไปจาก 31 ต.ค. หรือไม่ อาจช่วยบรรเทา ความเสี่ยงทางการเมืองได้

ทั้งนี้ให้น้ำหนักต่อทิศทางผ่อนคลายการเงินของธนาคาร กลางโลก โดยวันที่ 29-30 ต.ค. ติดตามการประชุม FOMC ซึ่ง Nomura คาดลดดอกเบีย 25 bps สู่ 1.5-1.75% ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงิน กระตุ้น Fund Flow มายัง EM-ASIA ที่เติบโตเด่นกว่า สอดคล้องสัญญาณ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย 3 สัปดาห์ติดต่อกันราว 4.2 พันล้านเหรียญฯ หนุนจิตวิทยาบวกต่อตลาด EM-Asia รวมถึงไทยได้ด้านปัจจัยในประเทศ

ขณะที่หุ้นไทยมีแรงซื้อ 2 ใน 3 สัปดาห์ 55.3 ล้านเหรียญฯ และ Long Future 2 สัปดาห์ติดต่อกัน รวม 51,842 สัญญา สะท้อนนักลงทุนต่างชาติเริ่มมองฐานตลาดหุ้นไทยในกรอบ 1,580-1,620 จุด จะเป็นแรงหนุนการฟื้นตัวของ SET

ทั้งนี้้ ปัจจัยใน ประเทศที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานเงินเฟ้อ เดือน ต.ค. วันที่ 1 พ.ย. รวมถึงรายงานงบ 3Q19 ของกลุ่ม Real Sector โดยหากพิจารณาเฉพาะบริษัทที่มีคาดการณ์พบว่า คาดก าไรลดลง -3% q-q, -6.2% y-y

ส่วนปัจจัยอื่นที่แนะนำติดตาม ได้แก่ 1) 30-31ต.ค. BOJ Meeting คาดคงนโยบายการเงินเช่นเดิม 2) 30 ต.ค. 3Q19 GDP ของสหรัฐฯ 3)31 ต.ค. Brexit Deadline 4) 1 พ.ย. การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ต.ค.

กลยุทธ์การลงทุน: ดัชนีระดับ 1580-1620 เป็นจุดซื้อเชิงพื้นฐานที่มีนัยฯ แนะนำ Big cap พยุงตลาด AOT, PTT, PTTEP, ADVANC ผสานกลุ่มนิคมฯ (AMATA ROJNAWHA) กลุ่มที่ได้อานิสงค์จากดอกเบี้ยต่ำ ได้แก่ Consumer Finance: SAWAD,JMART และ High Yield: ADVANC, INTUCH, KKP ส่วนหุ้น Mid small ที่แนวโน้มกำไรQ3 และเป็นจุดรับที่ดี : BGC JMART CHAYO STPI ICHI SPA JMTPSTC

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ SAWAD JMART CHAYO ส่วนสัปดาห์ก่อน KKP, ICHI,BGC ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -4.76 % แย่กว่าดัชนีฯที่ให้-2.34 %

1) SAWAD (TP69) : รับประโยชน์จากวงจรดอกเบี้ยขาลง

2) JMART (TP12.4) : บ.ลูกๆเป็นอภิชาตบุตร คาด 3Q19F All time high

3) CHAYO (TP6.2) : เข้าช่วงสะสมพอร์ทลูกหนี้เพิ่ม หลัง NPL กลุ่ม Bank เร่งตัว

คำค้น