5 หุ้น mai พื้นฐานแกร่งทะยานไม่หยุด! โชว์ 10 เดือนฟันรีเทิร์นสูงสุดเกิน100% 

ทิศทางการลงทุนในช่วง  10 เดือนแรกปี 2562 จะพบว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยได้อ่อนตัวหลุดแนวรับสำคัญหลายครั้งโดยในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนมีการปรับตัวลงต่อเนื่องและหลุดระดับ 1700 จุด เนื่องจากนักลงทุนกังวลปัจจัยสงครามการค้า,การประท้วงในฮ่องกงทำให้  Fund Flow ไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้จะเห็นว่าในเดือนตุลาคม 2562 ดัชนีได้ปรับตัวลดลงแรงอีกครั้งและหลุดแนวรับสำคัญ 1600 จุด เนื่องจากมีการประกาศงบการเงินกลุ่มธนาคารและมีแรงเทหุ้นในกลุ่มแบงก์ เนื่องจาก KBANK ได้ประกาศเป้าหมายทางการเงินปีหน้าออกมาแล้วดูไม่ดี ทำให้นักลงทุนกังวลว่าแบงก์อื่นก็จะประกาศเป้าหมายทางการเงินปีหน้าไม่ดีเช่นเดียวกันจึงทำทำให้มีแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ออกมาฉุดดัชนีฯราว 6-7 จุด เมื่อวันที่ 24 ต.ค.62

อีกทั้งตลาดได้รับปัจจัยลบกรณีที่สหรัฐฯระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) สินค้าไทยบางรายการ กำหนดให้มีผลบังคับใช้วันที่ 25 เม.ย.63 ฉุดให้มีแรงขายนำหุ้นกลุ่มส่งออก

ขณะเดียวกันช่วงนี้เหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงได้กลับมารุนแรงและกดดันภาวะการลงทุนรอบใหม่ อีกทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีความไม่แน่นอนอีกครั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกมาบอกว่า ยังไม่ได้ตกลงที่จะลดภาษีสินค้านำเข้าสินค้าให้กับจีน และก็แสดงความไม่เห็นด้วยตลาดฯจึงมีความกังวล

ทั้งนี้แม้ว่าภาวะตลาดช่วงนี้ยังผันผวนแต่จะเห็นว่าดัชนีกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1600 จุด ได้อีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาซื้อซื้อสะสมหุ้นกลุ่ม Big Cap ที่ปรับฐานลงมาแรง และราคาแกร่งกว่าตลาดช่วยหนุนให้ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ ขณะเดียวกันกลุ่มหุ้นตลาดหลักทรัพย์ mai ที่ปรับตัวสวนภาวะตลาดขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งก็มีเช่นกัน

ดังนั้นทีมข่าว ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการสำรวจกลุ่มหุ้นตลาดหลักทรัพย์ mai ในช่วง 10 เดือนมานำเสนอ โดยครั้งนี้นำเสนอเพียง 5 อันดับแรกที่ราคาปรับตัวแรงมากสุดในกลุ่มดังตารางประกอบ

อันดับ 1 บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI โดยราคาหุ้นในช่วง 10 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 127.27%  จากยืนที่ระดับ 1.10 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.50 บาท ณ วันที่ 31 ต.ค.62 โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงส่วนใหญ่มาจากพื้นฐานบริษัทที่แกร่งโดยเห็นได้จากกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและแผนธุรกิจเด่นทำให้นักลงทุนเข้ามาไล่ราคา

โดยปี 2560 มีกำไรสุทธิ 30.46 ล้านบาท ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 45.22 ล้านบาท และล่าสุดผลประกอบไตรมาส 3/62 มีกำไรสุทธิ 16.22 ล้านบาท โต 91.82% จากปีก่อน 8.46 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนโต 67% มาที่ 43.82 ล้านบาท จากปีก่อน 26.30 ล้านบาท

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า กรณี Apple เปิดตัว iPhone, iPad, Apple watch รุ่นใหม่ วางจำหน่าย 20 ก.ย.62 (ขายในไทย ต.ค.-พ.ย.62) แม้ราคาจะถูกกว่า iPhone XS, XR ตอนเปิดตัว 11-17% แต่ถือว่าท้าทายในช่วงที่กำลังซื้อทั่วโลกไม่แข็งแรงนัก และมือถือรุ่นนี้ไม่รองรับ 5G ขณะที่บรรดาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Apple ได้แก่ COM7, SPVI, JMART, SYNEX กำไรมักดีที่สุดในไตรมาส 4/62

 

อันดับ 2 บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC  โดยราคาหุ้นในช่วง 10 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 100.40%  จากยืนที่ระดับ 2.52 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.05 บาท ณ วันที่ 31 ต.ค.62 โดยราคาหุ้นปรับตัวแรงเนื่องจากผลประกอบการแข็งแกร่งและแผนธุรกิจสดใสทำให้ราคาหุ้นทะยานแรงในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา

ล่าสุดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 41.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 21.99 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 370.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวมอยู่ที่ 313.26 ล้านบาท

สำหรับงวด 9 เดือนปี 62 มีกำไรสุทธิ 117.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 58.95 ล้านบาท ซึ่งทุบสถิติสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,1296.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 925.13 ล้านบาท

ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโต เนื่องจากธุรกิจเครื่องดื่มทุกช่องทางการจำหน่ายสามารถเติบโตได้ดีตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะสินค้าผ่านช่องทาง All Cafe มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ตามเมนู Non-coffee โดยเฉพาะชานมบุก ซึ่งได้รับการผลตอบรับดีเกินคาด ขณะที่เครื่องดื่มตามฤดูกาลอย่าง เมล่อนลาเต้ และน้ำฝรั่งชมพู รวมถึงเครื่องดื่ม Hershey’s ที่จำนวนโถเพิ่มขึ้น ทำให้มีรายได้มากขึ้นด้วย

ส่วนธุรกิจคาแรคเตอร์กลุ่ม “San-X” ได้จัดทำสินค้าร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ เพื่อผลิตสินค้าออกมาวางจำหน่าย รวมทั้งได้เปิดตัวคาแรคเตอร์ใหม่ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ลายการ์ตูนของคนไทยรายแรก ภายใต้ชื่อ “หมาจ๋า” ซึ่งจะมีการนำไปพัฒนาต่อยอดสินค้าต่อไป และคาดว่าจะได้รับความสนใจเช่นกัน ดังนั้นจะช่วยผลักดันการเติบโตได้เป็นอย่างดี

โดยแนวโน้มสถานการณ์ธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ น่าจะยังอยู่ในทิศทางที่ดีต่อเนื่อง และช่วยผลักดันให้การเติบโตทั้งปีให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้โดยมีรายได้รวมเติบโตระดับ 15% ซึ่งยังคงทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องได้อีกครั้ง

บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ว่า TACC กำไร 9 เดือนปี 2562 คิดเป็น 86% ของประมาณการเดิม ซึ่งแนวโน้มไตรมาส 4/62 คาดกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ จากผลฤดูกาล,การออกเครื่องดื่มรสชาติใหม่และเมนูใหม่ๆ, การทำโปรโมชั่น และไม่ได้รับผลกระทบจากปรับขึ้นภาษีน้ำตาลรอบใหม่ รวมทั้งรายได้ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่คาดจะเข้ามามากขึ้นสูงสุดในปี ทางฝ่ายปรับประมาณการกำไรปี 62 ขึ้น 19% เป็น 164 ลบ. +139.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนปรับใช้ราคาพื้นฐานปี 63 ที่ 7 บ. คงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

อันดับ 3 บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ราคาหุ้นในช่วง 10 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 91.67%  จากยืนที่ระดับ 6.00 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 11.50 บาท ณ วันที่ 31ต.ค.62

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า AU (ซื้อเก็งกำไร, เป้าเชิงกลยุทธ์ 13 บาท) – งบไตรมาส 3/62 ดีกว่าคาดและมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง

โดยไตรมาส 3/62 มีกำไรสุทธิ  64.58 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น  68% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนดีกว่าตลาดคาด จากยอดขายผลิตภัณฑ์ “ซื้อกลับบ้าน” สูงขึ้น

อีกทั้งมีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อาฟเตอร์ ยู เปิดสาขาใหม่ 10 สาขา โดย 4 สาขาอยู่ในต่างจังหวัดเนื่องจากมีกำลังซื้อสูงในห้างสรรพสินค้าต่างจังหวัด นอกจากนี้บริษัทยังกล่าวว่า จะเปิดแฟรนไชส์สาขาแรกในต่างประเทศในฮ่องกงภายในปลายปีนี้

ราคาหุ้นปัจจุบันเทรด PE ปีหน้าที่ระดับ 35-40 เท่า (Bloomberg Consensus) และมี PEG ต่ำเพีง 0.5 เท่า ถือว่ามีราคาหุ้นมี upside และสามารถเล่นเก็งกำไรระยะสั้นได้

 

อันดับ 4 บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASN  ราคาหุ้นในช่วง 10 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 91.43%  จากยืนที่ระดับ 3.50 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6.70 บาท ณ วันที่ 31 ต.ค.62  คาดราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานมีกำไรสดใสโดยงบ 6 เดือน ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 16.01 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 8.17 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยซึ่งมุ่งเน้นการขายประกันภัยรถยนต์เป็นหลัก และได้ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ในบริษัท เอเอสเอ็น ไลฟ์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันชีวิต และถือหุ้นร้อยละ 99.99 ในบริษัท ได้เงิน ดอทคอม จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการจับคู่ผู้ให้กู้ยืมเงินและผู้กู้ยืมเงิน

 

อันดับ 5 บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT คาหุ้นในช่วง 10 เดือนปรับตัวขึ้นถึง 64.00%  จากยืนที่ระดับ 5.00 บาท ณ วันที่ 28 ธ.ค.61 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8.20 บาท ณ วันที่ 31 ต.ค.62 ราคาหุ้นทะยานแรงในช่วงดังกล่าวคาดว่าได้รับแรงหนุนจากพื้นฐานธุรกิจที่มีกำไรต่อเนื่อง

โดยปี 2558 มีกำไรสุทธิ 187.65 ล้านบาท ปี 2559 มีกำไรสุทธิ 125.61 ล้านบาท ปี 2560 มีกำไร 103.93 ล้านบาท ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 170.47 ล้านบาท และงวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 102.40 ล้านบาท

บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุในบทวิเคราะห์ว่า AUCT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 11.5 บาท) เริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ”ซื้อ” เห็นสัญญาณ NPLs มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เห็นได้ชัดจากตัวเลข NPLs ที่เพิ่งประกาศออกมาจากหลายๆธนาคาร ทำให้คาดว่าจำนวนรถที่เข้าประมูลจะเติบโต 13% ต่อปีใน 2 ปีข้างหน้าและสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นรถยึดจากบริษัทไฟแนนท์และธนาคาร โดยคาดกำไรสุทธิเติบโต 24% ต่อปีใน 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมี Upside จากรถมือสองของบุคคลธรรมดาที่เพิ่งทำตลาดได้ไม่นาน

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น