อวดโฉม! 27 หุ้น SET โชว์งบฯไตรมาส 3 กำไรโตทะลักเกิน100%

อวดโฉม! 27 หุ้น SET โชว์งบฯไตรมาส 3 กำไรโตทะลักเกิน100%

ผ่านช่วงประกาศงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2562 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์(SET)ไปเป็นที่เรียบร้อยสัปดาห์ก่อน โดยภาพรวมส่วนใหญ่กำไรชะลอตัวลงค่อนข้างมาก เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบสงครามการค้า เงินบาทแข็งค่า และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

โดยบล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากการรวบรวมผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/62 ล่าสุดมีบริษัทประกาศงบออกมาแล้ว 763 บริษัทคิดเป็น 97% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด หรือ คิดเป็น 92% หากเทียบเป็น Market cap พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 2.17 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เทียบไตรมาสก่อนหน้า แต่หดตัว 17.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนส่วน 9 เดือน มีกำไรสุทธิรวม 6.9 แสนล้านบาท ลดลง 14.6%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหลักๆมาจากการลดลงของผลกำไรในกลุ่มธุรกิจปิโตรฯและโรงกลั่นซึ่งไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบและสินค้าคงคลัง

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกลุ่มธุรกิจที่ผลกำไรออกมาน่าผิดหวัง อาทิ กลุ่มอสังหาฯ, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง, กลุ่มมีเดีย และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ผลกำไรที่อ่อนแอดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ตลาดปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ลงอีก อย่างไรก็ตามราคาดว่าจะส่งผลลบต่อ SET Index ไม่มากเพราะตลาดรับรู้กับปัจจัยนี้ไปบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามเพื่อให้เห็นภาพรวมผลการดำเนินงานชัดเจนมากขึ้นทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการสำรวจผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์(SET) ไตรมาส 3 ปี 2562  มานำเสนอ โดยครั้งนี้คัดเลือกเฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเกิน 100%  ดังตารางประกอบและในครั้งนี้จะนำเสนอข้อมูลประกอบ 5 อันดับแรกดังนี้

อันดับ 1 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 256.58 ล้านบาท โต 12,858.79% จากปีก่อนอยู่ที่ 1.98 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น

ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTG ประเมินราคาเป้าหมาย 27.75 บาท/หุ้น อิง PER ที่ 25 เท่า (+0.5SD above 5-yr average PER) หรือคิดเป็น PEG  ที่ 0.4 เท่า (CAGR ที่ 62% ในปี 2019E-2020E)

โดย PTG รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/62 ที่ 258 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ consensus แต่ต่ำกว่าบล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาด 10% โดยกำไรเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/61 ที่มีกำไรเพียง 1 ล้านบาท แต่ลดลง 40% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล โดยมีปริมาณขายน้ำมันที่ 1,131 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่ลดลง 6% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ยังคงประมาณกำไรสุทธิปี 2562/2563 ที่ 1,572 ล้านบาท และ 1,853 ล้านบาท ซึ่งประเมินว่าไตรมาส 4/62 ปริมาณขายต่อสาขาจะเพิ่มขึ้นหลังจากไตรมาส 3/62 เป็น Low Season ฤดูฝน และจะทำให้ค่าการตลาดจะสูงขึ้นนอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนช่วงสั้นที่ กฟผ. เตรียมจัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบส่วนที่เหลืออีก 133,750 ตัน ให้แล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม 2562 จะช่วยราคา CPO ปรับเพิ่มขึ้นได้อีกราว 1-1.5 บาทต่อกิโลกรัม

ขณะที่ราคาหุ้น 3 เดือนปรับลดลง 6% จากราคาน้ำมันที่ผันผวน แต่เชื่อว่าราคาหุ้นยังมีความน่าสนใจราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น market cap ต่อสาขาเพียง 15 ล้านบาทเท่านั้นถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับการก่อสร้างสถานีน้ำมันที่มีต้นทุนก่อสร้าง 15-20 ล้านบาทต่อแห่ง

 

อันดับ 2 บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 712.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,260.58%  จากปีก่อน 6.27 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้จากการขายและบริการไตรมาส 3/62 อยู่ที่ 9,449.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 7,031.60 ล้านบาท นอกจากนี้ไตรมาส 3/62 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 134.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.92 ล้านบาท

บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุว่า  TASCO* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 24.40 บาท) รายงานผลประกอบการไตรมาส3/62 ที่ 712 ล้านบาท ดีกว่าตลาดคาด การเติบโตโดดเด่น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากฐานที่ต่ำของปีก่อน แต่ลดลง -32%เทียบไตรมาสก่อนหน้า จากกำไรพิเศษที่ลดลง (เงินเคลมประกัน) ด้านกำไรปกติอยู่ที่ 480 ล้านบาท +14%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, -18%เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น +34%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 9.45 พันล้านบาท ส่วนใหญ่จากปริมาณขายในต่างประเทศเป็นผลจากการรับน้ำมันดิบเข้าโรงกลั่นอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.8% เทียบกับ 3Q61 ที่ 12.4% จาก Product Mixed ที่เปลี่ยนไป

ส่วนแนวโน้มไตรมารส4/62 คาดกำไรหลักที่ราว 500 ล้านบาท +/- ได้ปัจจัยหนุนจากส่วนต่างราคายางมะตอยและราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูง เป็นผลจากมาตรการ IMO 2020 ทำให้โรงกลั่นผลิตน้ำมันเตา Sulfur สูงลดลง ส่งผลให้อุปทานยางมะตอยตึงตัว นอกจากนี้จะมีการบันทึกค่าสินไหมทดแทนเข้ามาอีกก้อนจำนวน 146 ล้านบาท

 

อันดับ 3 บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ ZMICO  แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 12.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,904.18%  จากปีก่อนอยู่ที่ 0.43 ล้านบาท  เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมไตรมาส 3/62 มาอยู่ที่  16.44 ล้านบาท จากปีก่อน 0.15 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายรวมไตรมาส 3/62 อยู่ที่ 15.55 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 23.76 ล้านบาท

 

อันดับ 4 บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 1,160.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 923.97% จากปีก่อนอยู่ที่ 113.37 ล้านบาท นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.011บาท / หุ้น โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 12 ธันวาคม 2562

โดยสาเหตุที่ผลประกอบการไตรมาส 3/2562 ของกลุ่มบริษัท SUPER เติบโตขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากการขายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเวียดนาม ซึ่งได้ทำการจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2562 โดยจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) จำนวน 4 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 186.72 เมกะวัตต์

ส่วนอีก 1 โครงการ มีขนาดกำลังการผลิตอยู่ที่ 50 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม และคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตรวม 118 เมกะวัตต์จำนวน 1,289.923 ล้านบาท สนับสนุนอีกด้วย

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม ขณะนี้ถือมีความชัดเจนมากขึ้น เฟสแรกขนาด 172 เมกะวัตต์ จะเริ่มทยอยก่อสร้างในปีนี้ และจำนวน250 เมกะวัตต์ จะเริ่มก่อสร้างในต้นปี 2563และทั้งหมดคาดจะเริ่ม COD ได้ในช่วงปลายปี 2563 ซึ่งจะสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้า และรายได้จากต่างประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในส่วนในประเทศในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะชุมชนอีก 3 โครงการ ซึ่งจะทยอยดำเนินการ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะชุมชน จังหวัดหนองคาย ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายไตรมาส 4 ปีนี้เช่นกัน ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ SUPER วางเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมภายในสิ้นปีนี้เกินระดับ 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน 800-900 เมกะวัตต์อย่างแน่นอน

บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนด้านพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายของการมีแหล่งรายได้ในระยะยาว ส่วนรายได้ปีนี้ เชื่อว่าจะเติบโต 13-15% จากปีก่อนมีรายได้รวม 5,874.30 ล้านบาท และคาดว่า กำไรน่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน รวมทั้งกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือสิ้นปีนี้มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ และ 2,000 เมกะวัตต์ในอีก 2 ปีข้างหน้า

 

อันดับ 5 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3/62 (สิ้นสุด 30 ก.ย. 62) มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2,857.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 643.02% จากปีก่อนอยู่ที่ 384.57 ล้านบาท

โดยปัจจัยที่ส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากรายได้จากการให้บริการที่เติบโตโดยฐานผู้ใช้บริการของทั้งธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง รวมถึงการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้กำไรสะสมเก้าเดือนอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น