ลือสนั่น! “เสี่ยเจริญ” เตรียมสปินฯ “ธุรกิจเบียร์” ทำ IPO กว่า 3 แสนลบ. เข้าตลาดลอดช่อง

สื่อนอกตีข่าว "ไทยเบฟฯ" เตรียมจดทะเบียนฯขายหุ้น IPO ในสิงคโปร์ คาดวงเงินสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจในเครือไทยเบฟเวอเรจ  และประธานกรรมการบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ได้ประกาศเตรียมนำบริษัทย่อยของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยเบฟฯ ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์และสุราชั้นนำของประเทศไทย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เพื่อเป็นการจำหน่ายหุ้นแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) หรือเรียกว่าเป็นการ Spin Off

โดยการระดมทุนในตลาดฯสิงคโปร์ในครั้งนี้คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.02 แสนล้านบาท (ณ ค่าเงินบาท 30.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งถือเป็น IPO รายใหญ่ที่สุดของตลาดฯ สิงคโปร์ในรอบเกือบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของบริษัทไทยเบฟฯ ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการระดมทุนในครั้งนี้

ขณะที่ แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า “การขาย IPO ในครั้งนี้จะเป็นการรวมสินทรัพย์เบียร์ของไทยเบฟฯ ในประเทศไทยและเวียดนามเข้าด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณา”

ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นไทยเบฟฯ ในตลาดสิงคโปร์ ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงระดับ 5.2% ปิดตลาดวันที่ 29 พ.ย.2562 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงที่สุดในรอบ 3 เดือน ถือเป็นการปรับตัวขึ้น 43% นับตั้งแต่ต้นปี 2562 ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.83 แสนล้านบาท

อนึ่ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตเบียร์ช้าง เบียร์อาชา และเบียร์ เฟดเดอบรอย (Federbrau)  อีกทั้งธุรกิจสุรา อาทิ สุราแสงโสม บรั่นดี เมอริเดียน และวิสกี้ดรัมเมอร์ และเป็นผู้ถือหุ้น 28.5% ในบริษัทเฟรเซอร์แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ผู้จำหน่ายเครื่องดื่ม 100Plus และผลิตภัณฑ์นมเนยแมกโนเลีย

 

นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า บริษัทไทยเบฟฯ กำลังวางแผนที่จะเสนอขาย IPO ในสิงคโปร์ โดยคาดว่าจะเป็นการระดมทุนประมาณ 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.04-9.06 หมื่นล้านบาท ในปี 2563 โดยบริษัทไทยเบฟฯ ได้มอบหมายให้ธนาคารหลายแห่งทำการจดทะเบียนบริษัทที่มีสินทรัพย์เบียร์ในประเทศเวียดนาม และในประเทศไทย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียด

อย่างไรก็ตามภายหลังจากมีกระแสข่าวเรื่องการระดมทุนครั้งนี้ออกมา ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ได้พักการซื้อขายหุ้นไทยเบฟฯ เพื่อรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 5.2% ในวันนี้ (29 พ.ย.62)

อนึ่งก่อนหน้านี้ก่อนหน้านี้ ตระกูลสิริวัฒนภักดี ได้ทำการนำหุ้น AWC เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกำหนด IPO ที่ 6 บาท/หุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ไม่เกิน 8,000 ล้านหุ้น (คิดเป็นมูลค่าถึง 4.8 หมื่นล้านบาท) สูงที่สุดในประเทศไทย โดยมี บล.บัวหลวง, บล.ภัทร และ บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดย AWC ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทเป็นทั้งเจ้าของและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail and Commercial Building) ทั้งหมด 29 แห่ง