‘ทองคำ’ ไปต่อถึงปีหน้า ?

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างน่าประทับใจในปีนี้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากสงครามการค้า เศรษฐกิจชั้นนำของโลกดำเนินนโยบายเงินอย่างผ่อนคลายมากขึ้นและ ธนาคารกลางต่างๆ ได้ซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง คำถามในขณะนี้คือ แล้วปีหน้าจะยังไปต่อได้ไหม ?

พลวัตปี 2019 : ฐปนี แก้วแดง(แทน)

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างน่าประทับใจในปีนี้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากสงครามการค้า เศรษฐกิจชั้นนำของโลกดำเนินนโยบายเงินอย่างผ่อนคลายมากขึ้นและ ธนาคารกลางต่างๆ ได้ซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง คำถามในขณะนี้คือ แล้วปีหน้าจะยังไปต่อได้ไหม ?

ถ้าดูจากกลยุทธ์และประมาณการของผู้จัดการเงินรายใหญ่ระดับโลก ความคึกคักของราคาทองคำในปีนี้อาจจะลากยาวไปจนถึงปี 2563

แบล็กร็อก ซึ่งเป็นผู้จัดการกองเงินรายใหญ่สุดของโลกยังคงบริหารความเสี่ยงด้วยทองคำ ในขณะที่โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป และยูบีเอส กรุ๊ป มองว่า ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นไปถึง 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับที่ได้เห็นเมื่อปี 2556

ความจริงแล้ว ทองคำได้ปรับตัวขึ้นเป็นรายปีมากสุดมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งดีกว่าดัชนี Bloomberg Commodity Spot Index ในช่วงหนึ่งปีมานี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามการค้า และการลดดอกเบี้ยสามครั้งของธนาคารกลางสหรัฐได้ทำให้สินทรัพย์หลบภัยแบบดั้งเดิมอย่างทองคำโดดเด่นขึ้นมายืนแถวหน้า

อย่างไรก็ดี เนื่องจากหุ้นทั่วโลกยังคงปรับตัวขึ้น และตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง แนวโน้มทองคำจึงยังไม่ชัดเจนเสียทีเดียว เนื่องจากยังไม่แน่นอนว่าธนาคารกลางต่าง ๆ จะเคลื่อนไหวอย่างไรในปีหน้า

ตามความเห็นของ แบล็กร็อก โกลบัล อัลโลเคชั่น ฟันด์ การเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงอยู่ในเกณฑ์พอประมาณ ดังนั้นธนาคารกลางต่าง ๆ จะยังคงผ่อนคลายนโยบายต่อไป ซึ่งในภาวะแวดล้อมเช่นนี้ วิกฤติใดที่จะเกิดขึ้นในตลาดหุ้นน่าจะมาจากความกังวลเรื่องการเติบโตและหรือเรื่องภูมิศาสตร์การเมือง ซึ่งในทั้งสองกรณีนี้ ทองคำน่าจะเป็นตัวบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

ราคาทองคำในตลาดสปอตที่มีการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ อยู่ที่ประมาณ 1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเท่ากับว่าปรับตัวขึ้นในปีนี้ถึง 14% และในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาทองคำปรับตัวขึ้น 3  ปี โดยมีเพียงปีเดียวคือในปี 2561 ที่ทองคำปรับตัวลง 1.6%

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทองได้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2556 ที่ ระดับ 1,557.11 ดอลลาร์ ถึงแม้ว่ากองทุนอีทีเอฟทองคำได้ถือทองคำน้อยลงแต่ยังคงถือในระดับใกล้สถิติที่เคยทำไว้

มีการคาดการณ์กันว่าในปีหน้า ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์การเมืองน่าจะยังคงเหมือนกับปีนี้ ดังนั้นอาจเป็นแรงหนุนให้ทองคำต่อไป

ในขณะที่จีนและสหรัฐฯ อาจใกล้ได้ข้อตกลงการค้าเฟสหนึ่งแต่สหรัฐฯ ได้สัญญาว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกหากไม่สามารถตกลงการค้าได้ทันภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ นอกจากนี้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า ก็กำลังตั้งเค้ามาและก่อนที่จะมีเลือกตั้งในปีหน้านั้นอาจจะมีการถอดถอนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ได้

นักวิเคราะห์ทองคำของยูบีเอส คาดการณ์ว่าจะมีความผันผวนและความวุ่นวายในตลาดมากขึ้นเนื่องจากทรัมป์ได้พูดหลายอย่างเกี่ยวกับสงครามการค้า และท่าทีของเขาได้เปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์ เช่นล่าสุดได้บอกว่า เขาชอบแนวคิดที่จะให้รอทำข้อตกลงการค้าหลังการเลือกตั้งไปแล้ว

ในขณะที่ทองคำได้รับแรงหนุนจากสงครามการค้าอย่างต่อเนื่อง แต่สินทรัพย์เสี่ยงเช่นตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ได้รับแรงหนุนจากมุมมองด้านบวกเกี่ยวกับความสำเร็จของข้อตกลงการค้า ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าสินทรัพย์เสี่ยงไหนที่จะได้ประโยชน์และสินทรัพย์ใดที่จะถดถอยลง

คริสติน่า ฮูเปอร์ นักวิเคราะห์ของอินเวสโค มองว่า ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้น 5-8% ในปีหน้าและทองคำจะโดดเด่นกว่าสินทรัพย์อื่นในเวลาที่นักลงทุนหยุดเสี่ยง หากเศรษฐกิจซบเซาในปีหน้า หุ้นจะปรับตัวลงและเฟดน่าจะเริ่มลดดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุนทองคำที่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย

เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันพุธ โดยได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าต้นทุนในการกู้ยืมจะไม่เปลี่ยนแปลงไปอีกระยะหนึ่งเนื่องจากเศรษฐกิจโตพอประมาณ และคาดว่าอัตราการว่างงานจะต่ำเป็นประวัติการณ์ไปจนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า

บีเอ็นพีปาริบาสคาดการณ์ว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยอีกสองครั้งในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ซึ่งในภาวะที่ผลตอบแทนต่ำ เงินดอลลาร์อ่อนตัวลง และมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะเป็นผลดีต่อทองคำ

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลต่าง ๆ ก็น่าจะซื้อทองคำต่อไป ซึ่งจะกลายเป็นดีมานด์ที่สำคัญต่อทองคำ ข้อมูลของโกลด์ แมนชี้ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกถือทองคำหนึ่งในห้าของซัพพลายทั่วโลก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางกำลังเอาใจออกห่างจากดอลลาร์และสนับสนุนการถือทองคำ

อย่างไรก็ดี มีเสียงเตือนให้ระวังไว้ในระยะใกล้นี้แม้ว่าแนวโน้มในระยะยาวของทองคำยังมีความแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ เอบีเอ็น แอมโร แบงก์ มองว่าทองคำจะมีราคาเฉลี่ย 1,400 ดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า ส่วนซิตี้กรุ๊ปแนะนำว่า หากสินทรัพย์เสี่ยงยังคงปรับตัวขึ้นต่อไปให้ซื้อทองคำเมื่อราคาลดลงเอาไว้ และตั้งเป้าใหม่ว่าทองคำจะปรับตัวตามวงจรเศรษฐกิจภายในปลายปีหน้า

“ทองคำ” จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่งสำหรับการลงทุนในปีหน้า