‘โอกาสล่ากิจการ’ ที่มากับ ‘โควิด-19’

ในยามวิกฤตมักมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอสำหรับผู้ที่เล็งการณ์ไกลและกล้าเสี่ยง และดูเหมือนว่า บรรดาเจ้าสัวในเอเชียก็จะตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้ออกตามล่าสินทรัพย์ราคาถูกกันจ้าละหวั่นหลังจากที่ตลาดหุ้นได้ปรับตัวลงอย่างรุนแรงเพราะโควิด-19

พลวัตปี 2020 : ฐปนี แก้วแดง(แทน)

ในยามวิกฤตมักมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอสำหรับผู้ที่เล็งการณ์ไกลและกล้าเสี่ยง และดูเหมือนว่า บรรดาเจ้าสัวในเอเชียก็จะตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้ออกตามล่าสินทรัพย์ราคาถูกกันจ้าละหวั่นหลังจากที่ตลาดหุ้นได้ปรับตัวลงอย่างรุนแรงเพราะโควิด-19

มีรายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ได้แจ้งแก่นักลงทุนว่า พวกเขากำลังหาทางเข้าถือสิทธิ์ในกิจการต่าง ๆ โดยในจำนวนนี้รวมถึงวิคเตอร์ ลี ซึ่งได้เข้าเทกโอเวอร์ซีเค กรุ๊ป ในฮ่องกงจาก ลีกาชิง พ่อของตัวเองเมื่อสองปีก่อน และ มหาเศรษฐี กั๊วะ กวงชาง ผู้ก่อตั้งบริษัท โฟซัน กรุ๊ป

ดัชนีหุ้นสำคัญในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิกล้วนแต่ได้ปรับตัวลงประมาณ 20% ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2551 ทำให้ราคาหุ้น บริษัทเชนค้าปลีกจนถึงโรงแรมและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีราคาถูกที่สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้

ถ้ามองจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดทั่วโลกในเวลานี้ “เงินสดถือเป็นราชา” บริษัทไหนมีเงินสดมากก็มีโอกาสตามล่าซื้อกิจการมากและกลุ่มบริษัทที่รวยเงินสดอย่าง ซีเค กรุ๊ป ของวิคเตอร์ ลี อยู่ในสถานะที่จะลงทุนได้เมื่อบริษัทอื่น ๆ มีปัญหา

ลี จูเนียร์ ซึ่งในขณะนี้เป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีเค ฮัตชิสัน โฮลดิ้งส์ ซีเค แอสเซ็ต โฮลดิ้งส์ และซีเค อินฟราสตรัคเจอร์ โฮลดิ้งส์ ได้กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า กระแสเงินสดและงบดุลของกลุ่มบริษัทของเขามีความแข็งแกร่งและผลกระทบของไวรัสโคโรนา เสนอโอกาสให้บริษัทมองหาการเข้าถือสิทธิ์ใหม่ ๆ

ส่วนกั๊วะ ประธานกรรมการบริหารโฟซัน อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งมีเงินสด 93,600 ล้านหยวนแถลงว่า บริษัทจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อสร้างโอกาส ขณะที่บริษัท แคปิตาแลนด์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหญ่สุดในสิงคโปร์ ก็แจ้งแก่นักวิเคราะห์ว่า กำลังมองหาโอกาสท่ามกลางความตกต่ำเพราะไวรัสเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ความวุ่นวายที่เกิดจากโควิด-19 ก็กำลังเป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่เล็งจะซื้อกิจการเนื่องจากว่า รัฐบาลหลายประเทศกำลังพยายามหาทางป้องกันล่วงหน้าเพื่อยับยั้งการซื้อจากนักล่า โดยตั้งแต่ออสเตรเลีย สเปน อิตาลี จนถึงเยอรมนี ได้ออกกฏเกณฑ์หรือกำลังพิจารณาระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อช่วยป้องกันบริษัทภายในประเทศที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ให้พ้นจากการตามล่าของบริษัทต่างชาติที่มีทุนหนากว่า

การตั้งอุปสรรคด้วยระเบียบอาจทำให้การเข้าถือสิทธิ์บางกิจการทำได้ยากมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักล่ากิจการอย่างวิคเตอร์ ลี ในปี 2561 ออสเตรเลียเคยปฏิเสธการเสนอซื้อ เอพีเอ กรุ๊ป จากซีเคแล้ว เพราะมีความกังวลเรื่องความมั่นคงของชาติ

นักวิเคราะห์มองว่า หากปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงมากขึ้น บางประเทศอาจจะยิ่งต้องต้อนรับการลงทุนของต่างชาติโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากการระบาดน่าจะทำให้ธุรกิจจำนวนมากได้รับความเสียหายหลังจากที่ประชาชนหลายพันคนต้องอยู่กับบ้านและระงับการใช้จ่าย

มีตัวเลขที่ชี้ว่า บริษัทค้าปลีกในสหรัฐฯ ห้าหมื่นรายต้องปิดกิจการลงในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ และมากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทในอังกฤษมีเงินสดสำรองไม่ถึงสามเดือนหรือน้อยกว่านั้น และอินเตอร์เนชันแนล ไฟแนนซ์ คอร์ป เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้รับคำขอกู้เงินจากบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กใน 70 ประเทศ 315 ราย

หากการแพร่ระบาดยังไม่นิ่ง และยังไม่สามารถทำให้ประเทศต่าง ๆ ยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ได้โดยเร็ว คงจะได้เห็นบริษัทที่มีทุนหนาไล่ล่ากิจการอย่างรุนแรงมากขึ้น ซึ่งก็เป็นไปตาม ทฤษฎีวิวัฒนาการอันโด่งดังของชาร์ลส์ ดาร์วินที่ว่า “ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุดหรือฉลาดที่สุด แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด ที่จะอยู่รอดได้” และทฤษฎีนี้ยังใช้ได้ดีเสมอ ในโลกธุรกิจก็เช่นกัน