พาราสาวะถี

ยืนยันหนักแน่นการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีอะไรซ่อนเร้นทุกอย่างเป็นไปเพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศทั้งสิ้น ส่วนการชุมนุมเคลื่อนไหวใด ๆ สามารถทำได้แต่ต้องดำเนินการร้องขอตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ นี่คือสิ่งที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำหลังการประชุมครม.ต่อมติทั้งศบค.ชุดใหญ่และคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้ยืดการบังคับกฎหมายดังกล่าวออกไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ไม่ต้องวิเคราะห์กันว่าดีหรือไม่อย่างไร หากทุกฝ่ายพอใจไม่มีใครได้รับผลกระทบทุกอย่างถือว่าจบและเดินตามนี้


อรชุน

ยืนยันหนักแน่นการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีอะไรซ่อนเร้นทุกอย่างเป็นไปเพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศทั้งสิ้น ส่วนการชุมนุมเคลื่อนไหวใด ๆ สามารถทำได้แต่ต้องดำเนินการร้องขอตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ นี่คือสิ่งที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำหลังการประชุมครม.ต่อมติทั้งศบค.ชุดใหญ่และคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้ยืดการบังคับกฎหมายดังกล่าวออกไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ไม่ต้องวิเคราะห์กันว่าดีหรือไม่อย่างไร หากทุกฝ่ายพอใจไม่มีใครได้รับผลกระทบทุกอย่างถือว่าจบและเดินตามนี้

ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ก็ถือว่าดีต่อเนื่อง แต่หลังจากที่มีการผ่อนปรนระยะที่ 5 ที่ถือว่าเป็นกลุ่มกิจการกิจกรรมเสี่ยงสูงและการเปิดโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ไปแล้ว ต้องรอดูการประเมินกันอีกครั้งว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าระยะเวลา 14 วันหรือสองสัปดาห์นับจากนี้เป็นเรื่องที่จะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดทีเดียว ส่วนประเด็นที่ว่าจะเริ่มเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวแบบมีเงื่อนไขนั้น ยังเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่กังวลกันเป็นอย่างมาก

ความเห็นล่าสุดจาก นายแพทย์ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตือนไปยังรัฐบาลดัง ๆ คิดจะทำอะไรในเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและชี้ชวนคนต่างประเทศต้องคิดกันให้รอบคอบ เวลานี้การแพร่ระบาดในต่างประเทศทะลุ 10 ล้านคนไปแล้ว และการติดเชื้อรายวันก็ยืนอยู่ในหลักแสนคนต่อวันมาต่อเนื่อง ยิ่งประเทศที่มีการแง้มออกมาว่าจะจับคู่ท่องเที่ยวหรือทราเวล บับเบิล นั้นต้องสแกนกันอย่างละเอียดที่สุด

ประเทศเป้าหมายอย่างจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย รวมถึงออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ล้วนมีรายงานกรณีติดเชื้อเพิ่มในประเทศตลอดทุกวันในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น ทราเวล บับเบิล หรือสิ่งที่หมอธีระเรียกว่า สนธิสัญญาฟองสบู่ท่องเที่ยว ที่จะนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศเพื่อหาเงิน และการนำเสนอมาตรการนำผู้ป่วยต่างชาติมารักษาในประเทศไทยเพื่อหาเงินเข้าประเทศนั้น จึงจัดเป็น การรนหาที่” ของรัฐบาล

ต้องยอมรับว่านี่เป็นคำเตือนของคนที่สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจอย่างเต็มที่ เป็นการเตือนที่เต็มไปด้วยความหวังดี โดยที่มองเห็นว่าเรื่องฟองสบู่ท่องเที่ยว และ Medical and Wellness Tourism นั้น “ไม่ควรคิดอยู่ในสมอง” หากดำเนินชีวิตด้วยสติ และปัญญา ท่ามกลางการรับรู้สถานการณ์โรคระบาดที่รุนแรงทั่วโลกในขณะนี้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและศบค.จะต้องตัดสินใจให้รอบคอบ รัดกุมที่สุด

น่าสนใจคือความเห็นของหมอรายนี้มองว่า ชะตาชีวิตของประชาชนไทยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 จะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของประชาชนและการตัดสินใจ การดำเนินการของรัฐบาล โดยแยกเป็น 4 แบบด้วยกันคือ หากการ์ดของทุกคนอ่อนปวกเปียก และรัฐบ้าจี้เปิดอ้าซ่า หากมีการติดเชื้อ จะเหมือนโดนสึนามิ หากการ์ดของทุกคนแข็งแกร่ง แต่รัฐบ้าจี้เปิดอ้าซ่า หากมีการติดเชื้อ จะเหมือนโดนระเบิดรุนแรงแต่อยู่ในรถกันกระสุนกันระเบิด

หากการ์ดของทุกคนอ่อนปวกเปียก แต่รัฐเลือกเปิดกิจการเสี่ยง แง้มประเทศ แต่ยังไม่เปิดอ้าซ่า หากมีการติดเชื้อ ก็จะคล้ายไฟป่าหน้าแล้ง สุดท้าย หากการ์ดของทุกคนแข็งแกร่ง และรัฐเลือกเปิดกิจการเสี่ยง แง้มประเทศ แต่ยังไม่เปิดอ้าซ่า หากมีการติดเชื้อก็จะคล้ายไร่เลื่อนลอย ดังนั้น จึงอยู่ที่ว่าจะเลือกเดินกันไปในทิศทางใด จุดใหญ่ใจความคงอยู่ที่ภาคประชาชน ถ้าไม่การ์ดตก ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนช่วงการเฝ้าระวังเข้มข้น โอกาสของการระบาดคงยากและนั่นยิ่งจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันไปยังรัฐบาลต่อการตัดสินใจในแต่ละเรื่องด้วย

ความจริงทางศบค.โดยโฆษกอย่าง นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ก็เน้นย้ำมาตลอดว่า ประเทศชาติจะปลอดภัยจากโควิด-19 อยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน โดยที่หมอธีระช่วยย้ำอีกแรงว่า คงจะดีที่สุด หากช่วยกันรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประเทศไปได้ยาว ๆ อดทน อดกลั้น อดออม และพอเพียง ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อย ๆ อยู่ห่างจากคนอื่น พูดน้อยลงพบปะคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่อโคจรและหมั่นสังเกตอาการตนเองและครอบครัว

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าการผ่อนปรนระยะที่ 5 นั้น มีสถานการณ์บันเทิงที่ถือเป็นจุดเริ่มของการระบาดภายในประเทศกลับมาเปิดให้บริการแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกัน หนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง หากเกิดการระบาดโดยมีจุดตั้งแต่ยังแหล่งแพร่เชื้อเดิม อย่างที่บรรดาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขย้ำมาโดยตลอด หากมีระลอกสองสถานการณ์จะไม่เหมือนที่ผ่านมา ที่ว่าไม่มีอะไร เอาอยู่ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่และน่ากลัวขึ้นมาทันทีทันใด

ส่วนเรื่องทางการเมืองหลังความเปลี่ยนแปลงภายในพรรคสืบทอดอำนาจ ริ้วรอยของความเจ็บช้ำในซีกสี่กุมารยังมีให้เห็นต่อเนื่อง ล่าสุดเป็นรายของ สุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “นกไม่เคยกลัวกิ่งไม้หัก มันไม่เคยเชื่อใจในกิ่งไม้ แต่เชื่อใจในปีกของตัวเอง ไม่ต้องบอกว่าสื่อถึงอะไร ถ้าเป็นไปตามนี้เรื่องโอกาสที่จะอยู่ต่อในรัฐบาลเรือเหล็กคงปิดประตูตาย เช่นเดียวกับการไปต่อกับพรรคเดิมคงเป็นไปได้ยาก

แต่ที่หนักหน่วงมากกว่ากลับเป็นรายของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กับความเห็นสิงคโปร์ยุบสภาเลือกตั้งใหม่เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 เท่านั้นแหละเจ้าตัวกลายเป็นตำบลกระสุนตกทันที ที่ไม่พอใจหนักสุดคือคนที่เคยเป็นพวกเดียวกัน ถึงกับขับไสไล่ส่งให้พ้นไปเสียรัฐบาล พ่วงด้วยข้อกล่าวหานโยบายเศรษฐกิจตกยุคใช้ไม่ได้ โดยลืมไปว่าแล้วที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจหลงเชื่อมาตั้งกว่า 6 ปีคืออะไร นี่แหละ การเมืองว่าด้วยเรื่องของการแย่งชิงอำนาจ ในมุมของคนที่เขาไม่เอาทีมงานสี่กุมารถึงกับลั่นวาจาว่า “ถ้าเป็นคนดีที่ไม่เหมาะสมกับการเมืองก็ไม่ต้องเข้ามา”

Back to top button