“ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป” เคาะราคาไอพีโอ 6.60 บ. เปิดจอง 29-31 ก.ค. เข้าเทรด mai ต้นส.ค.

"ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป" เคาะราคาไอพีโอ 6.60 บ. เปิดจอง 29-31 ก.ค. เข้าเทรด mai ต้นส.ค.


บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG กำหนดเสนอราคาขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ IIG ที่ 6.60 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ระดับ 12.05 เท่า โดยจะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 29-31 ก.ค. 63 และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดเทคโนโลยี วันที่ 6 ส.ค.63 นี้

ทั้งนี้ IIG จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 25 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด

ด้าน นายวิศรุต อังศุภากร ผู้อำนวยการสายงานวาณิชธนกิจ บล.โนมูระ พัฒนสิน ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) กล่าวว่า ราคาจองซื้อที่ 6.60 บาท/หุ้น ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสอดคล้องกับสภาวะของตลาดหลักทรัพย์ฯในปัจจุบัน โดยก่อนหน้านี้ทีมผู้บริหารของ IIG พร้อมด้วย FA ได้นำเสนอข้อมูลธุรกิจ ผลการดำเนินงาน รวมถึงปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจต่อนักลงทุนสถาบัน และนำเสนอข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แก่นักลงทุนทั่วไป และนำเสนอข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่การตลาดที่ห้องค้าบริษัทหลักทรัพย์ ผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้น IIG ซึ่งได้รับความสนใจ และมีการตอบรับเป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน นายสมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IIG เปิดเผยว่า บริษัทได้แต่งตั้ง บล.โนมูระ พัฒนสิน เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO พร้อมแต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายอีก 5 แห่ง ประกอบด้วย บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย), บล.คันทรี่ กรุ๊ป, บล.กรุงไทย ซีมิโก้ และ บล.โกลเบล็ก

สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ การพัฒนาและเพิ่มศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์ (Development Center) ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อก่อตั้ง Innovation Lab ในการวิจัยและพัฒนาแอปพลิเคชันของบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ โดยโครงการต่าง ๆ ในอนาคตจะช่วยรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อสร้างความเป็นเลิศในการเป็นบริษัทที่ปรึกษาในฐานะ End-to-End Solution provider แก่ผู้ประกอบการให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล และเติบโตได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ปัจจุบัน IIG ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้าน Enterprise Software และการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) แก่ภาคธุรกิจ แบ่งการบริการเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1.ธุรกิจที่ปรึกษาและให้บริการออกแบบติดตั้งระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) และให้เช่าใช้ระบบซอฟต์แวร์จากทาง Salesforce 2.ธุรกิจที่ปรึกษาและให้บริการออกแบบติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) และเป็นตัวแทนจำหน่ายระบบซอฟต์แวร์จากทาง Oracle 3.ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์แบรนด์ (Brand Strategy) การสร้างและบริหารประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management) และการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) และ 4.ธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากรในส่วนงานสารสนเทศ

Back to top button