SCC กำไรเฉิดฉาย

ยักษ์ใหญ่อย่าง SCC มีการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 63 พร้อมด้วยงวดครึ่งปีแรก ออกมาเติบโตดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

คุณค่าบริษัท

ยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC มีการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 พร้อมด้วยงวดครึ่งปีแรก ออกมาเติบโตดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

รายละเอียดสำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ประกาศกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9,383.87 ล้านบาท หรือ 7.82 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 7,043.16 ล้านบาท หรือ 5.87 บาทต่อหุ้น สืบเนื่องจากภาพรวมของทุกธุรกิจเติบโตได้ดี

อย่างธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศยังสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่โครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัย และโครงการพาณิชย์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2% นอกจากนี้อัตรากำไรยังสูงขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงลดลงตามราคาพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ขณะที่ ธุรกิจปิโตรเคมีผลประกอบการขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะผลขาดทุนสินค้าคงคลัง 590 ล้านบาท จากราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง สามารถชดเชยได้ด้วยปริมาณขายที่สูงขึ้นจากการเลื่อนแผนปิดซ่อมบำรุงไปยังไตรมาส 4/2563 รวมทั้งอัตรากำไรที่สูงขึ้นตาม Spread ปิโตรเคมีที่กว้างขึ้นจากต้นทุน Naphtha ลดลงตามราคาน้ำมัน

ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์ผลประกอบการขยายตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, ยานยนต์, สินค้าคงทน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สามารถชดเชยได้จากอุปสงค์ที่สูงขึ้นในกลุ่มสินค้า E-commerce, ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย, และอาหาร นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากผลกำไรอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์ของ Fajar จำนวน 482 ล้านบาท

ถึงกระนั้นทำให้ผลประกอบการรวมงวดครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิกระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่ 16,355.07 ล้านบาท หรือ 13.63 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 18,705.55 ล้านบาท หรือ 15.59 บาทต่อหุ้น

พร้อมกับ SCC มีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ด้วยอัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 5.50 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 13 ส.ค. 2563 ส่วนวันที่จ่ายปันผล 28 ส.ค. 2563

ทั้งนี้ ภาพรวมถือว่าท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ผลประกอบการของ SCC สามารถประคองตัวได้ดีเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับคู่แข่ง (ปิโตรเคมี)

นอกจากนี้ เมื่อไปดูข้อมูลผลประกอบการทั้งปี 2563 และในปี 2564 จาก “บลูมเบิร์กคอนเซ็นซัส” ก็พบว่ายิ่งน่าสนใจ เพราะผลประเมินยังมองว่ากำไรสุทธิจะยังเติบโต แม้ว่าทั้งปี 2563 ประเมินว่ากำไรจะลดลงเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา แต่จะกระเตื้องขึ้นในปี 2564 อย่างชัดเจน

โดยทาง “บลูมเบิร์กคอนเซ็นซัส” คาดว่ากำไรสุทธิปี 2563 อยู่ที่ 31,723.10 ล้านบาท ขณะที่ปี 2564 คาดว่าอยู่ที่ 34,276.60 ล้านบาท

ประกอบกับบลูมเบิร์กคอนเซ็นซัสประเมินราคาเป้าหมาย 392.71 บาท!!!

อย่างไรก็ตาม ก็มองว่าหุ้น SCC ยังมีประเด็นบวกรออยู่จากการทำ IPO หุ้น SCGP ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตสูงผ่านการทำ M&A และการปรับโครงสร้างการเงินจะช่วยให้ต้นทุนการเงินลดลงอีก

ดังนั้น SCC ยังเป็นหุ้นเด่นจากผลประกอบการแข็งแกร่ง และมีเงินปันผลระหว่างกาล!!!

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 403,647,840 หุ้น 33.64%
  2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 116,326,649 หุ้น 9.69%
  3. สำนักงานประกันสังคม 48,963,250 หุ้น 4.08%
  4. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 38,766,304 หุ้น 3.23%
  5. STATE STREET EUROPE LIMITED 31,418,486 หุ้น 2.62%

รายชื่อกรรมการ

  1. พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ประธานกรรมการ
  2. นายชุมพล ณ ลำเลียง รองประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
  3. นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
  4. นายเกษม วัฒนชัย กรรมการ
  5. พ.ต.อ.ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม กรรมการ