ตัวพลิกเกม

* หากประเมินข้อมูลจากรีเสิร์ชที่มีออกมาทุกวัน “โมนิก้า” คงไม่สามารถบอกได้ว่า ใครเจ๋ง ! เพราะมีหลากหลายมุมมองที่เห็นข้อดีของหุ้นแต่ละตัวแตกต่างกันไป แต่ที่โดนใจเดี๊ยนมากสุดเที่ยวนี้น่าจะเป็นของ บล.ฟินันเซียฯ ที่มีการเม้าท์มอยถึงหุ้นเด่นที่ตรงกับใจของน้องโมพอดี แถมรูปแบบการลงทุนยังเป็นลักษณะ “สั้นก็ได้ ยาวก็ดี” จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้กับหุ้น 6 ตัวที่ว่าสักหน่อยนะจ๊ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* หากประเมินข้อมูลจากรีเสิร์ชที่มีออกมาทุกวัน “โมนิก้า” คงไม่สามารถบอกได้ว่า ใครเจ๋ง ! เพราะมีหลากหลายมุมมองที่เห็นข้อดีของหุ้นแต่ละตัวแตกต่างกันไป แต่ที่โดนใจเดี๊ยนมากสุดเที่ยวนี้น่าจะเป็นของ บล.ฟินันเซียฯ ที่มีการเม้าท์มอยถึงหุ้นเด่นที่ตรงกับใจของน้องโมพอดี แถมรูปแบบการลงทุนยังเป็นลักษณะ “สั้นก็ได้ ยาวก็ดี” จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้กับหุ้น 6 ตัวที่ว่าสักหน่อยนะจ๊ะ

* วันนี้เลยไม่ขอคอมเมนต์เกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุน เพราะดัชนียังคงวนเวียนในกรอบเดิมที่เล่นกันมาร่วม 2 เดือน รวมทั้งเรื่องสงครามการค้าที่ปะทุออกมาเป็นระลอก ก็ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้มีเวลาเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว หรือแม้กระทั่งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไปทุกหนแห่ง ก็มีการซึมซับรับข่าวไปแล้วประมาณหนึ่ง จึงเป็นช็อตที่น่าเกาะติดสถานการณ์ต่อไปนะจะบอกให้

* ฉะนั้นการที่ดัชนีตีกลับขึ้นมาปิดที่ 1,330.81 จุด บวกไป 9.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.51 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นเกมชักเย่อระหว่างนักเล่นกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งเป็นการใช้กลยุทธ์ “ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ” เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน ส่งผลให้โมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยอยู่ในลักษณะแกว่งตัวรอข่าวดีต่อไปอีกระยะหนึ่ง เดี๊ยนถึงอยากเม้าท์ถึงหุ้นทีเด็ดที่ตรงกับใจจนตัวสั่น (สั่นสู้) พะยะค่ะ

* โดยเฉพาะในรายของ EA มีการให้ราคาเป้าหมายที่บริเวณ 55 บาท พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นว่า พี/อีที่เทรดวันนี้ต่ำสุดในกลุ่มพลังงาน ผสานกับเมื่อประสิทธิภาพในมุมของ ROE 27% กลับเป็นระดับที่สูงสุดในกลุ่มอีกเช่นกัน หรือแม้กระทั่งไซเคิล EV ที่อยู่ในลักษณะขาขึ้นเต็มตัว “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการขึ้นมายืนปิดที่ 49.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 3.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.07 พันล้านบาท น่าสนใจอะป่าว ?

* เช่นเดียวกับในรายของ GULF มีสตอรี่ที่จะทำให้โตอีกเพียบในปีหน้า แต่ราคาหุ้นกลับยืนอยู่แค่ระดับ 34.25 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.44 พันล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นช็อตของการโหนกระแสแบบไม่ต้องเหนียมอาย เพราะเที่ยวนี้เขาให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ระดับ 47 บาท จึงกลายเป็นหุ้นตัวหลักที่ชาวหุ้นควรมีติดพอร์ตไว้เป็นประจำนะตัวเอง

* คล้ายกับกรณีของหุ้น MTC อาจมีอาการสวิงสวายในช่วงที่ผ่านมา เพราะปัจจัยหลายอย่างกดดันการทำธุรกิจ แต่เมื่อใดที่เซตอัพทุกอย่างได้หมด เมื่อนั้นจะเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมขึ้นกว่าเดิม “โมนิก้า” เลยไม่คัดค้านการให้ราคาเป้าหมายสูงถึงระดับ 70 บาท เพราะราคานี้เป็นเรื่องของอนาคตล้วน ๆ ขณะที่ของจริงยังยืนอยู่แค่ระดับ 51.25 บาท บวกไป 2.25 บาท หรือขึ้นไป 4.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 540 ล้านบาทเองจ้า !

* เม้าท์ถึงราคาเป้าสูง ๆ ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงชำเลืองตามองไปที่หุ้นถุงมือยาง STGT เพื่อให้สอดรับกับเป้าที่เกจิดังให้ไว้บริเวณ 111 บาท ผสานกับมีความเชื่อกันว่า 2 ปีนี้จะเห็นการเติบโตที่ชัดเจนสุด ๆ เดี๊ยนเลยอยากให้แฟนคลับประเมินราคาปิดที่ 85.50 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.33 พันล้านบาท มันเป็นช็อตที่นักเล่นต้อง follow buy แบบสุดซอยไหมเอ่ย ?

* อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ “โมนิก้า” อยากให้แฟนคลับจับตาดูนิดหนึ่งก็คือ MAKRO เพราะเป็นหุ้นที่โบรกฯดังกล่าวมองว่า ROE ที่ระดับ 32% ถือเป็นค่าที่สูงสุดในกลุ่มค้าปลีก จึงให้ราคาปีหน้าที่ระดับ 50 บาท รวมทั้งการเทรดของหุ้นบนค่าพี/อี 28 เท่าก็เป็นระดับที่ต่ำกว่าทั้งกลุ่มซื้อขายกันที่ 32 เท่า เดี๊ยนถึงอยากให้คุณท่านทั้งหลายลองคำนวณตามสิ่งที่แนะนำ แล้วจะเห็นว่า ราคาปิดที่ 40.25 บาท ลบไป 0.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 40 ล้านบาท โดนใจแค่ไหนเจ้าค่ะ

* ส่วนช็อตของแถมที่น่าตามติดดูผลงาน “โมนิก้า” คงมองไปที่น้องดูดี DOD เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงเรื่องที่เคยเกริ่นให้ฟังว่า ปีนี้จะเป็นปีโกยเงินจากธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้ปูพรมไว้ เดี๊ยนถึงเฉย ๆ เมื่อเห็นราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 8.75 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 11.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 126 ล้านบาท แถมวานนี้มีการปลดล็อกกัญชาให้ใช้ทางการแพทย์ได้ ยิ่งเข้าทาง “เจ๊ ผ.” เพราะเขาจับมือกับแพทย์แผนไทยมาตั้งนานแล้วนะจ๊ะ