UTP ขายทำกำไรฉุดหุ้นรูด 12% สวนโบรกฯชี้ได้อานิสงส์ธุรกิจ E-Commerce โตดี-ซื้อเป้า13.80 บ.

UTP ขายทำกำไรฉุดหุ้นรูด 12% สวนโบรกฯชี้ได้อานิสงส์ธุรกิจ E-Commerce โตดี-ซื้อเป้า13.80 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP ณ เวลา 16.11 น. อยู่ที่ระดับ 11.40 บาท ลบ 1.70 บาท หรือ 12.98% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 759.78 ล้านบาท คาดขายทำกำไรหลังหุ้นเป็นขาขึ้นมานานเกือบ 5 เดือน โดยนับตั้งแต่หุ้ยืนที่ระดับ 6.80 บาท เมื่อวันที่ 13 มี.ค.63

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์# UTP  เป็นผู้ผลิตชั้นนำในธุรกิจกระดาษแข็ง (Containerboard) ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์หลัก คือ กระดาษลูกฟูก และกระดาษปิดผิว โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 6.6% ซึ่งธุรกิจได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ใน New normal และในปี 64 รัฐบาลจีนจะให้ยกเลิกนำเข้าเศษกระดาษ (Waste paper) ทำให้ซับพลายในตลาดโลกสูงขึ้น ราคาจะลดลง เป็นผลดีกับ UTP ซึ่งใช้เศษกระดาษเป็นวัตถุดิบ (ปัจจุบันซื้อในประเทศ 50% และ 50% นำเข้า)

ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้มีโควิด-19 โดยคาดการณ์ EPS growth ช่วงปี 63-64-65 เฉลี่ยที่ 5% ต่อปี ซึ่งมากจาก 1) การรักษาระดับ EBITDA margin ไว้ในระดับสูง 34-36% ได้, 2) อุตสาหกรรมอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะรัฐบาลจีนมีนโยบายเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้โรงงานกระดาษปิดตัวไปมาก, 3) มีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น, 4) ยอดขายเติบโตตามธุรกิจ E-commerce

ด้าน Valuation จูงใจ และจ่ายปันผลสูง ณ ราคาปัจจุบัน 11.70 บาท ซื้อขายที่ P/E ปี 64F ที่ 8.2 เท่า ต่ำกว่าเฉลี่ยของกลุ่มซึ่งอยู่ที่ 13.7 เท่า และให้ปันผลสูง คาด Dividend yield ปี 63F-64F ไว้ที่ 5.9% และ 6.2% ตามลำดับ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เป็นเงินสดสุทธิ

กลับมาวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรอบใหม่ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 13.80 บาท โดยอิงกับ P/E ปี 64F ที่ 9.7 เท่า (+0.5SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี)

 

บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุว่า UTP* ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 13.43 บาท*) รายได้จากการขายยังเติบโตได้ต่อเนื่องตาม Trend ของธุรกิจ E-Commerce ที่เติบโตดี สำหรับต้นทุนวัตถุดิบอย่างเศษกระดาษยังทรงตัวในระดับต่ำส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 40% ในไตรมาสที่ 1 เทียบกับไตรมาส 1 ปีก่อนที่ 27% ในเชิง Valuation ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดบน P/E ที่ 8.37X ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตในช่วง 2-3 ปีค่อนข้างมาก

สำหรับการจ่ายปันผลตลาดคาดว่าในปี 2563 และ 2564  Div-Yield อยู่ที่ระดับ 5.54% และ 5.6% สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563-2564 ตลาดประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 884 ลบ. และ 927 ลบ. เติบโตต่อเนื่อง +2.43%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +4.86%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

คำค้น