โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” TU มองกำไรโตต่อเนื่อง รับดีมานด์อาหารกระป๋องเพิ่ม-เงินบาทอ่อนค่า

3 โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" TU มองกำไรโตต่อเนื่อง รับดีมานด์อาหารกระป๋องเพิ่ม-เงินบาทอ่อนค่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้โบรกเกอร์หลายแห่ง กำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เนื่องจากผลงานในไตรมาส 2/63 โตดี และคาดว่ากำไรครึ่งปีหลังจะโตอย่างโดดเด่นและต่อเนื่อง รับความต้องการอาหารกระป๋องในทวีปสหรัฐและยุโรปยังดี รวมทั้งได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า

โดยบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมายหุ้น TU ที่ 20 บาทต่อหุ้น ถึงแม้ผลกระทบ COVID-19 กดดันธุรกิจ Red Lobster แต่ยอดขายทูน่ายังทำได้ดี บวกกับ Gross margin คาดทำระดับสูง จากสัดส่วนขายทูน่าแบบแบรนด์สูงขึ้น (High margin) โดยกำไรหลักไตรมาส 2/63 ที่ 1.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ  100% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และประเมินกำไรปี 2563 เพิ่มขึ้น 35% และต่อเนื่อง 10% ในปี 2563

นอกจากนี้ค่าเงินบาทมีสัญญาณอ่อนค่า เป็นผลดีกับการส่งออก บวกกับคาดผลประกอบการครึ่งปีหลังปี 2563 ยังเติบโตดี และยังเป็นหุ้น Laggard กลุ่มส่งออกอาหารมาก ราคาอยู่ในจุดซื้อที่ดี

ส่วน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TU ราคาเป้าหมาย 18 บาท แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังปี 2563 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากธุรกิจทูน่ากระป๋องที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่การ Reopen ทำให้ร้านอาหาร Red Lobster ขาดทุนลดลง และมี Tax Credit ช่วย พร้อมคาดกำไรปกติปี 2563-2564 เติบโตเฉลี่ยราว 10% ต่อปี และเป็นสินค้าจำเป็นซึ่งถือว่ามีความ Defensive ด้านเทคนิคยืนเหนือแนวต้าน 14 บาทได้เป็น Sentiment เชิงบวก

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น TU ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus ที่ 16 บาทต่อหุ้น โดยแนวโน้มไตรมาส 2/63 คาดความต้องการอาหารกระป๋องในทวีปสหรัฐและยุโรปยังดีจากความกังวลการแพร่ระบาด แต่อัตรากำไรขั้นต้นอาจลดลงหากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งเพิ่มขึ้น ส่วนผลขาดทุนจาก Red Lobster จะลดลงหลังคลาย Lockdown

ทั้งนี้ยังมองบวกจากการที่ตลาดปรับประมาณการและราคาเป้าหมายขึ้น ทั้งนี้บริษัทจะจ่ายปันผลครึ่งปีแรกปี 2563 ที่ 0.32 บาท/หุ้น Yield 2.2% ขึ้น XD 25 ส.ค.63 จ่ายเงินปันผล 8 ก.ย.63