คัด 40 บจ. SET โชว์งบ Q2 กำไรโตทะลักเกิน 100%

คัด 40 บจ. SET โชว์งบ Q2 กำไรโตทะลักเกิน 100%

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ประกาศงบไตรมาส 2/2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563 มานำเสนอเพื่อให้เห็นแนวโน้มผลการดำเนินงานในงวดดังกล่าวและให้เห็นทิศทางธุรกิจในไตรมาสที่เหลือ

โดยครั้งนี้ทำการคัดเลือกหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ SET  ที่มีผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกิน 100% โดยครั้งนี้คัดเลือกมา 40 บริษัทที่มีผลกำไรเติบโตเข้าเกณฑ์ อีกทั้งเป็นหุ้นที่กำไรเติบโตสวนปัจจัยลบทั้งภาวะสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อภาพรวมธุรกิจทุกกลุ่มในช่วงครึ่งปีแรก 2563

สำหรับ 40 หุ้นที่มีกำไรเติบโตเกิน 100 % ประกอบด้วย AI,FNS,RCL,TU,ASIAN,F&DSKN,PRIN,TPBI,CRANE, AJ,CGD,WICE, AS,TNITY,SYMC, TVI,TOP,TIPCO,EMC,SMT,THRE,STA, TEAMG,CCP, TPIPL,EVER,PLE, LALIN,CNT,PM,ILINK, AP,PT,ROJNA, TSR,DELTA,ASP,SINGER,DCC ตามตารางประกอบ

 

โดยบริษัทที่กำไรเติบโตสูงสุดอันดับ 1 คือ บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AI กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 154.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,699.87 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.28 ล้านบาท เนื่องจากจากมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ทีเพิ่มขึ้น และมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงจากการประหยัดจากขนาดของการผลิต Economy of Scaleและ Yieldการผลิตที่มีประสิทธิÍภาพมากขึ้น

 

อันดับ 2 บริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) หรือ FNS กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 132.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,199.55  % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 5.78 ล้านบาท เนื่องจากรายได้รวมไตรมาส 2/63อยู่ที่ 283.86 ล้านบาท เทียบกับรานได้รวมไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 85.74 ล้านบาท

โดยรายได้จากธุรกิจหลักที่มีเปลี่ยนแปลงมากขึ้นคือ รายด้จากธุรกิจหลักทรัพย์จำนวน 233.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 213.12 ล้านบาทจากผลสำเร็จของงานที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการเสนอขายสูง

 

อันดับ 3 บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 215.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,818.29 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 11.21 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทได้ควบคุมต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การจัดการด้านการขนส่งสินค้า และการจัดการด้านตู้สินค้า ผนวกกับได้ผลในส่วนของค่าใช้จ่ายน้ำมันลดลง 37% ทำให้ต้นทุนการเดินเรือลดลง และค่าใช้จ่ายรวมลดลง

 

อันดับ4 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU  กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่1,716.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,439.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 111.48 ล้านบาท

บล.คิงส์ฟอร์ด  ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(17ส.ค.63) ว่า บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  หรือ TU (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 15.98 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิงวด ไตรมาส 2/63 ที่ 1,716 ล้านบาท(+1,440%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,+69% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) ยังสามารถเติบโตได้ดีและสูงกว่าตลาดคาด  ได้ปัจจัยหนุนทางรายได้จากประเภทธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีสัดส่วนสูงขึ้นจากความต้องการอาหารกระป๋องในช่วงการระบาดของCovid-19 โดยทั้ง 2 ประเภทธุรกิจนี้มี มีGross Marginที่สูงราว 18-26% สูงกว่าประเภทธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง(GM ราว 7-12%)

สำหรับไตรมาส 3/63 ร้านอาหารจะเริ่มกลับมาเปิดจึงจะช่วยให้ demand อาหารทะเลแช่แข็งฟื้นตัว ถือเป็นปัจจัยบวกเช่นกัน ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 63 และ ปี 64 ยังเติบโตต่อเนื่องที่ 4,690 ล้านบาท(+22.91%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) และ 5,196 ล้านบาท(+10.78%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ตามลำดับ

 

อันดับ 5 บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN กำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 300.24ล้านบาท เพิ่มขึ้น ,256.71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 22.13 ล้านบาท

โดยปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิในงวดไตรมาส 3 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากธุรกิจในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและปลาป่นเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยยอดขายขึ้นไปสูงสุดทำสถิติที่ 863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซ฿งมาจากทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้ารายใหม่ทั้งในญี่ปุ่นและยุโรป

นอกจากนี้ปริมาณการขายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า อาทิ ของทอด กุ้งชุบเกล็ดขนมปัง หรือกุ้งสำหรับรับประทานแบบดิบ (ซาซิมิ) ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 67% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าจะมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น