จัดธีม 29 หุ้น Defensive เน้นอิงการบริโภคในปท.-ปัจจัยบวกปลดล็อกงบฯปี 64

จัดธีม 29 หุ้น Defensive เน้นอิงการบริโภคในปท.-ปัจจัยบวกปลดล็อกงบฯปี 64


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการคัดเลือกบทวิเคราะห์ของ บล.คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ซึ่งแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนในหุ้นปลอดภัย เพื่อรับมือกับภาวะตลาดขาลง

โดยหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วย กลุ่ม Defensive Stock  กลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ กลุ่มรับประโยชน์ ศก.ชะลอ NPL เพิ่ม สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน กลุ่มส่งออกอาหารเงินบาทอ่อนค่า กลุ่มรับประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันอยู่ในระดับต่ำและการคลาย Lockdown กลุ่มรับประโยชน์จากปลดล็อก พ.ร.บ.งบประมาณ

ทั้งนี้ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินดัชนี SET มีความเสี่ยงผันผวนลงมากขึ้น จากความเสี่ยงเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด หากเกิดการระบาดรอบ 2 โดยวางแนวรับดัชนีที่ 1,260 – 1,270 แนวต้าน 1,280 – 1,290 แนะนำซื้อกลุ่ม Defensive เช่น CPF, EGCO, MAKRO / เก็งกำไร TQM, AH

สำหรับ ADVANC ซื้อเมื่ออ่อนตัว / ราคาเป้าหมาย 225.00 บาท) ในภาพของอุตสาหกรรมสื่อสารในช่วงไตรมาส 3 ผลการดำเนินงานจะถูกกดดันจากการแข่งขันที่กลับมาสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนค่าบริการและ SG&A มีแนวโน้มสูงขึ้น สำหรับ ADVANC ประมาณกำไรไตรมาส 3 ที่ 7.58 พัน ลบ. -13.8%YoY, +8.4% จากไตรมาสก่อน

โดยให้น้ำหนักของการฟื้นตัวของรายได้บริการและฐานลูกค้ารวมที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น (Net-Addition Subscriber เป็นบวก) ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราประเมินราคาหุ้นปรับฐานลงมารับความเสี่ยงของผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มอ่อนตัว YoY ไปในระดับหนึ่งแล้วดังนั้นเราจึงมองเป็นโอกาสในการทยอยซื้อสะสม โดย ADVANC ยังเป็นหุ้นฟื้นฐานดีและมีระดับของ Div-Yield ที่ 3.5-4.5% ในปี 2563 และ 2564)

อีกทั้ง PIMO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 2.60 บาท) ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมวางแผนลงทุนในช่วงปี 64-65 โดยจะเป็นการขยายกำลังการผลิตมอเตอร์ประเภทความเร็วปรับรอบได้ variable speed motor (DC) และมอเตอร์ความเร็ว 1 รอบ single speed motor (AC) รองรับคำสั่งซื้อในปี 64 ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% แล้ว

ขณะที่ PIMO เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสิทธิบัตรในการผลิตสินค้าประเภท BLDC ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าแบบ AC มีตลาดรอบรับสินค้าในสหรัฐฯ ที่กำลังเปลี่ยนมาตรฐานเกี่ยวกับการติดตั้งปั๊มสระว่ายน้ำ โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างทดสอบการขยายกำลังการผลิตมอเตอร์ BLDC จาก 50 ลูก/วัน เป็น 120 ลูก/วัน ในสิ้นปี 63 และปี 64 จะเพิ่มเป็น 400 ลูก/วัน ซึ่งผู้บริการมั่นใจว่าผลประกอบการในปี 64 จะเติบโตดีกว่าปีนี้  และสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงระดับ 20%อยู่ 281 ล้านบาท

Theme Strategy

(1) กลุ่ม Defensive Stock BCPG*, BGRIM*, BPP*, GPSC*, GULF*, ADVANC, INTUCH*

(2) กลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ CPALL, CBG*, ICHI*, OSP*

(3) กลุ่มรับประโยชน์ ศก.ชะลอ NPL เพิ่ม สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน BAM*, CHAYO*, JMART*, JMT*, SINGER*

(4) กลุ่มส่งออกอาหารเงินบาทอ่อนค่า CPF*, GFPT*, TFG*, TU*, STA*

(5) กลุ่มรับประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันอยู่ในระดับต่ำและการคลาย Lockdown TOP, PTTGC, IVL*, PRM*, PTG*

(6) กลุ่มรับประโยชน์จากปลดล็อก พ.ร.บ.งบประมาณ STEC, SEAFCO*, PYLON*

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button