SET ลุ้นทดสอบต้าน 1283-1295 จุด รับ Biden คว้าเก้าอี้ปธน.สหรัฐฯ ชูหุ้น 5 ธีมเด่นน่าลงทุน

โบรกฯชี้ SET สัปดาห์นี้ลุ้นทดสอบต้าน 1,283-1,295 จุด รับ Biden คว้าเก้าอี้ปธน.สหรัฐฯ ทิ้งห่าง Trump พร้อมชูหุ้น 5 ธีมเด่นน่าลงทุน

Weekly outlook: “Sideways” ต้าน 1,283/1,295 จุด รับ 1,250/1,230 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำจับตาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนสำหรับสัปดาห์นี้ (9-13 พ.ย.63) • (+/*) US Election : ผลการเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ โดย Biden 264 : 214 Trump Senate: Democrat:Republican 46:48 House: Democrat:Republican 208:193 เหลืออีกเพียง 4 รัฐฯสำคัญ ที่ตลาดยังรอความชัดเจน ได้แก่ Pennsylvania,Georgia, North Carolina และ Nevada ถ้า Biden ชนะในรัฐ Nevada เขาจะชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน Electoral Vote 270 เสียง อย่างไรก็ดี การชนะแบบไม่ขาดลอย ทำให้ยังมีความเสี่ยงเรื่อง การขอนับคะแนนใหม่ และความไม่สงบในประเทศจะเป็น Noise ต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ในระยะสั้นได้

ทั้งนี้ล่าสุดสำนักข่าวเกียวโดรายงานก่อนเที่ยงคืนวันเสาร์ (7 พ.ย.63) ตามเวลาไทยว่า นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่แล้ว ขณะที่นายไบเดนระบุในแถลงการณ์ว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติ หลังบรรดาสื่อสหรัฐรายงานว่า เขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46

ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วยคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) สูงถึง 290 เสียง เกินกว่าคะแนนกึ่งหนึ่งที่ต้องการที่ 270 เสียงจาก 538 เสียงเพื่อชนะการเลือกตั้ง ขณะที่ปธน.ทรัมป์มีคะแนนตามหลังทิ้งห่างอยู่ที่ 214 คะแนน

  • (*/-) TH Real Sector Earnings : ผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของกลุ่ม Real Sector เริ่มทยอยรายงานออกมาแล้ว โดยจาก 20 บริษัทที่มีคาดการณ์จาก Cons รายงานกำไรสุทธิรวม 3.84 หมื่นลบ. ดีกว่าคาดราว 9% ขณะที่อีก 128 บริษัทที่มีคาดการณ์จาก Cons จะรายงานในช่วงถัดไป โดยคาดกำไรสุทธิรวมที่ 7.2 หมื่นลบ. -24.3%y-y +58.7%q-q ซึ่งการฟื้นตัวแรง q-q เป็นผลมาจากการคลายล็อกดาวน์ แต่ยังคงต้องจับตาแนวโน้มในช่วงถัดไป หลังภายในเผชิญความเสี่ยงการเมือง
  • (*/-) TH Politics : ไทยยังเผชิญความเสี่ยงทางการเมือง โดยแนะจับตาการชุมนุมใหญ่วันที่ 8 พ.ย. นี้ คาดทำให้อุณหภูมิทางการเมืองสูงขึ้น กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้ต่างชาติยังขายสุทธิในไทย 17 สัปดาห์ติดต่อกัน ติดเป็นเม็ดเงินรวมกว่า -2,737 ล้านเหรียญ ทำให้ตลาดยังขาดแรงขับเคลื่อนที่ส าคัญ
  • (-) TH Forecasts : Nomura ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2020 ลงสู่ -7.7% จาก-7.6% (vs. กนง. -7.8%) และปี 2021 ลงสู่ 3.2% จาก 3.8% (vs. กนง. 3.6%) หลักๆมาจากความเสี่ยงทางเมืองที่คาดจะลากยาวคล้ายปี 2013-14 เพิ่ม Downside ต่อประมาณการณ์ EPS และ SET Target ปี 2021 ของเรา นอกจากนี้ Nomura ให้โอกาสที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 25bps ในเดือนธ.ค. 2020 และ 1Q21 จะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
  • (*) MSCI Rebalance : MSCI Rebalance ประกาศ 10 พ.ย. นี้ คาดไม่มีหุ้นไทยเข้า/ออก MSCI Global Standard Index รอบการปรับน้ำหนัก 30 พ.ย. นี้

กลยุทธ์การลงทุน : ภาพรวมปัจจุบัน Biden มีโอกาสสูงที่จะเป็น ปธน แต่ไม่สามารถครองสภาบนได้ จะขับเคลื่อนนโยบายที่แข็งกร้าวได้ไม่เต็มที่ ทำให้ Theme การลงทุนเบื้องต้นเน้นหุ้น Quality/Cyclical/Financial

  1. Green Energy Related Play GULF, BCPG,RATCH, KSL, TVO
  2. Cyclical Commodity ขั้นกลางปลายเด่น TOP, SCPG, IVL, VNT
  3. Food CPF, TU
  4. Quality Strong/Cash Flow OSP, INTUCH, ADVANC, BBL,TISCO
  5. Semi-Conductor : KCE, HANA, DELTA, SMT

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ XO, VNT, BCPG ส่วนสัปดาห์ก่อน CPF, KSL, TU ให้ผลตอบแทน 4.34 % แย่กว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน 5.45 %

  1. XO (TP 15.30) : คาดกำไรโต 3 ไตรมาสติด + Second Wave ในยุโรป
  2. VNT (Trad.) : Spread PVC สัปดาห์ล่าสุดพุ่งสูงสุดตั้งแต่ปี 2015 หนุนงบ Q4 ดี
  3. BCPG (TP 14.00) : กำไร 3Q20 เด่น + นโยบาย Biden ด้าน Green Energy