จัด 2 ธีมเด่น รับปัจจัยบวก 2 เด้ง มาตรการรัฐ-ศก.เริ่มฟื้น หนุนยอดขายโตแรง!

จัด 2 ธีมเด่น รับปัจจัยบวก 2 เด้ง มาตรการรัฐ-ศก.เริ่มฟื้น หนุนยอดขายโตแรง!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยพบว่า นักวิเคราะห์มองว่า หุ้นในกลุ่มพาณิชย์ ค้าปลีก และท่องเที่ยว เป็นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกหนุนจากการขยายมาตรการภาครัฐ ทั้งโครงการ “คนละครึ่ง ระยะที่ 2” และโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เป็น 15 คืน”

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนยอดขาย และรายได้ในช่วงท้ายปี และต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2564 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะหนุนผลประกอบการของบจ.ในกลุ่มดังกล่าว

โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (3 ธ.ค.2563) โดยแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักในกลุ่มCommerce ซึ่งจะได้รับปัจจัยบวกจากการขยายโครงการคนละครึ่งถึง มี.ค.2564 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.63 ภาครัฐได้มีมติเห็นชอบ มาตรการคนละครึ่ง ระยะที่สอง โดยเพิ่มสิทธิให้อีก 5 ล้านคน เปิดให้เริ่มลงทะเบียนวันที่ 16 ธันวาคม 2563 และสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 มีนาคม 2564 ส่วนวงเงินที่ได้รับคนที่เข้าโครงการเฟสแรก 10 ล้านคน จะได้เพิ่มอีกคนละ 500 บาท

ส่วนลงทะเบียนใหม่เฟส 2 จำนวน 5 ล้านสิทธิ จะได้ยอดเงินใช้จ่ายรายละ 3,500 บาท นั้น ในส่วนของเฟสแรก ที่จะสิ้นสุดภายใน 31 ธันวาคม 2563 นั้น ที่ประชุม ศบศ.เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาสำหรับคนที่ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 1 ที่ยังใช้ไม่ครบ 3,000 บาทตามโครงการให้สามารถใช้ได้ต่อเนื่องไป จนถึงเวลาสิ้นสุดโครงการเฟส 2 หรือวันที่ 31 มีนาคม 2564 โดยไม่มีการตัดสิทธิแต่อย่างใด

ทั้งนี้ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวก โดยโครงการมีการเพิ่มวงเงินจากเฟสแรก 500 บาทเป็น 3,500 บาท ทั้งนี้หุ้นที่จะได้ประโยชน์จะเป็นหุ้นที่มีฐานลูกค้าเป็นค้าปลีกไซส์เล็ก ซึ่งลูกค้าจะเป็นรายย่อยหรือเป็นผู้ซื้อสินค้าแล้วนำไปขายตามชุมชนอีกทอดหนึ่ง โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือค้าปลีกขนาดเล็กซึ่งจะได้ประโยชน์เทียบกับกำไรค่อนข้างสูงกว่าผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่ คือ TNP (ซื้อ/เป้า 4.30 บาท) รองลงไป คือ MAKRO (Bloomberg Consensus 44.90 บาท)

ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ได้ประโยชน์จะเป็นกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง และขนมขบเคี้ยว ส่งผลดีต่อ CBG (ซื้อ/เป้า 181.00 บาท), OSP  (ซื้อ/เป้า 54.00 บาท), TKN (ซื้อ/เป้า 15.40 บาท) ขณะที่หุ้นที่ได้ประโยชน์ลำดับถัดไปคือกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ขนส่งสินค้า คือ EPG (7.80 บาท)

นอกจากนี้ กลุ่มท่องเที่ยวยังมีปัจจัยบวกจากประเด็นที่ภาครัฐเตรียมปรับเกณฑ์ เราเที่ยวด้วยกัน เป็น 15 คืน และขยายเวลาถึง 30 เม.ย.2564 โดยขอเพิ่มใช้สิทธิจำนวนการจองห้องพัก และขยายเวลาใช้มาตรการ จากเดิมไม่เกิน 10 คืน ต่อ 1 สิทธิ เป็น 15 คืน ต่อ 1 สิทธิ หรือเพิ่มอีก 5 ห้อง เพิ่มจำนวนห้องพักโดยรวมอีก 1 ล้านคืน จากเดิม 5 ล้านคืน เป็น 6 ล้านคืน

โดยจำนวนห้องพักที่เพิ่มมาจะสนับสนุนเฉพาะการใช้ผ่านอีเวาเชอร์เท่านั้น คือ วันจันทร์พฤหัสบดี ได้คูปองใช้จ่าย 900 บาทต่อวัน วันศุกร์-อาทิตย์ 600 บาทต่อวัน ขยายเวลาการใช้สิทธิโครงการถึงเดือนเมษายน 2564 จากเดิมวันที่ 31 มกราคม 2564 และขอปรับเกณฑ์การสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบินที่เดินทางไปเมืองหลัก ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และเชียงราย จะได้รับเงินคืนจากรัฐบาล 40% แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อที่นั่ง โดยข้อเสนอนี้จะนำเสนอเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนใช้จริง

ทั้งนี้ มีมุมมองเป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าว เพราะปัจจุบันโครงการเราเที่ยวด้วยกันเหลือสิทธิ์ห้องพักเพียง 6.8 แสนคืน จากสิทธิ์ทั้งหมดที่ 5 ล้านคืน ซึ่งหากเพิ่มอีก 1 ล้านคืน จะช่วยให้กลุ่มโรงแรมได้ประโยชน์มากขึ้น โดยเราคาดว่า หุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศไทยคือ ERW, CENTEL และ MINT

ขณะที่มองว่า ERW (ถือ/เป้า 3.60 บาท) จะได้รับ sentiment เชิงบวกจากข่าวนี้มากที่สุด ส่วนจำนวนเที่ยวบินปัจจุบันใช้สิทธิ์ไปเพียง 3.1 แสนสิทธิ์ จากสิทธิ์ทั้งหมดที่ 2 ล้านสิทธิ์ ซึ่งหากมีการเพิ่มส่วนลดให้อีกในเมืองหลักเราคาดว่าจะส่งผลดีต่อ AAV (ซื้อ/เป้า 2.50 บาท) โดยตรงเพราะมีสัดส่วนเที่ยวบินในประเทศสูงที่สุดที่ 35% จากจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เริ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นและเริ่มมีการกระจายตัวมากขึ้นจะเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบินในระยะสั้นได้

*อนึ่งข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

 

คำค้น