“WHO” ชี้ไวรัสโควิดกลายพันธุ์ในอังกฤษ เป็นกระบวนการปกติ อย่าตื่นตระหนก

“WHO” ชี้ไวรัสโควิดกลายพันธุ์ในอังกฤษ เป็นกระบวนการปกติ อย่าตื่นตระหนก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่วานนี้ (21 ธ.ค.63) นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สู่ระดับ 4 เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน ซึ่งจะมีผลคล้ายๆ กับมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศที่เคยใช้เมื่อเดือน พ.ย. เพื่อบังคับใช้กับกรุงลอนดอนและพื้นที่บางส่วนของอังกฤษ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการแพร่กระจายของ “เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลายพันธุ์” ที่สามารถแพร่เชื้อได้เร็วขึ้นอีก 70% นั้น

ล่าสุด นายแพทย์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในอังกฤษถือเป็นกระบวนการปกติของการแพร่ระบาด ซึ่งการค้นพบไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่เป็นการบ่งชี้ว่าเครื่องมือใหม่ในการติดตามไวรัสดังกล่าวกำลังทำงานได้เป็นอย่างดี

“การที่เราสามารถติดตามไวรัสได้อย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ในแง่วิทยาศาสตร์แล้วถือเป็นพัฒนาการในเชิงบวกสำหรับระบบสาธารณสุขโลก และประเทศต่างๆที่ทำหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวสมควรได้รับคำชมเชย” นายแพทย์ไรอัน กล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ WHO ยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น หรือมีความร้ายแรงกว่าไวรัสสายพันธุ์ปัจจุบัน แม้ว่าอาจจะมีการแพร่เชื้อได้ง่ายกว่า แต่ก็ยังช้ากว่าเมื่อเทียบกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสโรคคางทูม

ส่วนทางด้านผู้เชี่ยวชาญต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าวัคซีนในปัจจุบันจะสามารถต้านไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ขณะที่ทั่วโลกพากันตื่นตระหนกเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในอังกฤษ ซึ่งทำให้มีการแพร่เชื้อรวดเร็วกว่าเดิมถึง 70%

โดยขณะนี้ สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้อนุมัติเป็นการฉุกเฉินสำหรับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ และโมเดอร์นา อิงค์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิน กุปตา จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวว่า เขามีความเชื่อมั่นว่าวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติในขณะนี้จะให้การป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้หลายสายพันธุ์

“ผมมีความเชื่อว่าวัคซีนที่เรามีในขณะนี้จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากอังกฤษ นอกเหนือจากสายพันธุ์เดิมที่เราได้ทำการศึกษามานานหลายเดือน วัคซีนเหล่านี้มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในการผลิตแอนติบอดีที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งผมไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในระดับยีนของไวรัสจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีนในระยะใกล้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิน กล่าว

อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตวัคซีนรุ่นใหม่อาจจะต้องทำการปรับปรุงเพื่อให้รองรับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เช่นเดียวกับการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ต้องมีการปรับปรุงเช่นกัน

ทางด้านนายแพทย์วิเวก เมอร์ธี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากนายโจ ไบเดน ให้เป็นว่าที่เจ้ากรมการแพทย์ทหารสหรัฐ ก็ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เช่นกัน

“ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าวัคซีนจะไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ และยังไม่มีหลักฐานแสดงว่าไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวมีความร้ายแรงมากกว่าสายพันธุ์เดิม สำหรับประชาชนทั่วไป การสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างทางสังคม และการหมั่นล้างมือ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19” นายแพทย์เมอร์ธี กล่าว