KTC เล่นไม่เลิก! พุ่งอีก 13% โบรกฯ เตือนเสี่ยงถูกขายทำกำไร-Downside สูง

KTC เล่นไม่เลิก! พุ่งอีก 13% โบรกฯ เตือนเสี่ยงถูกขายทำกำไร-Downside สูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ณ เวลา 15.20 น. อยู่ที่ระดับ 87.00 บาท บวก 10.25 บาท หรือ 13.36%  ด้วยมูลค่าซื้อขาย 3.51 พันล้านบาท

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ ของหุ้นทั้งหมดใน SET100 Index พบว่า หุ้นใน SET50 มีฟรีโฟลทเฉลี่ย 46.4% (Max = 98.6%, Min = 22.4%) และหุ้นใน SET50-100 มีฟรีโฟลทเฉลี่ย 48.4% (Max = 87.8%, Min = 21.2%) โดยหุ้นใน SET50 ที่มีฟรีโฟลทต่ำที่สุด 5 อันดับแรก คือ DELTA (22.4%), VGI (24.7%), GPSC (24.7%), AWC (25.0%) และ TOA (25.0%) ขณะที่หุ้นใน SET51-100 ที่มีฟรีโฟลทต่ำสุด คือ BPP (21.2%), ACE (21.8%), CKP (23.8%), EPG (25.9%) และ WHAUP (26.8%) ตามลำดับ

หากพิจารณาหุ้นที่มีฟรีโฟลทต่ำกว่าเฉลี่ยที่ประมาณ 40% ควบคู่กับราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เทียบกับเป้าหมายราคาหุ้นของตลาดโดยรวม (Bloomberg Consensus) มองหุ้นใน SET50 ที่เข้าข่ายนักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ คือ DELTA, KTC และ IVL เนื่องจากราคาหุ้นดังกล่าวปรับตัวขึ้นถึง 301% เท่า, 94% และ 70% และระดับราคาหุ้นปัจจุบันมี Downside สูงถึง -73%, -48% และ -14% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นใน SET51-100 ที่ควรใช้ความระมัดระวัง คือ ESSO           

เกณฑ์หุ้นที่นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

1) เป็นหุ้นที่มีฟรีโฟลทต่ำกว่าแฉลี่ยของตลาด (Free-float < 40%)

2) ราคาหุ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นร้อนแรงกว่าตลาด (-2m Chg. > +30%)

3) ราคาหุ้นสูงกว่าเป้าหมายราคาหุ้นของตลาดโดยรวม (Downside > -10%)

ที่มา : TISCO Research

สำหรับแนวทางการปรับเกณฑ์หุ้นฟรีโฟลทต่ำ เพื่อป้องกันภาวะตลาดผันผวน เรามองมีความเป็นไปได้ที่อาจปรับ คำนิยาม ที่ใช้ในการกำหนดฟรีโฟลทของหุ้นใหม่ เพราะ คำนิยาม ในปัจจุบันอาจยังไม่สอดคล้องกับสภาพฟรีโฟลทที่แท้จริงของหุ้นแต่ละตัว โดยเฉพาะเกณฑ์การถือหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันภัย และกองทุนรวมต่าง ๆ ที่น้อยกว่าระดับ 5% นับเป็นฟรีโฟลท ซึ่งอาจทำให้ฟรีโฟลทสูงกว่าสภาพที่แท้จริง

นอกจากนี้ เรามองหลักเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นเข้าคำนวณใน SET50 Index หรือ SET100 Index ที่กำหนดให้มีฟรีโฟลทไม่ต่ำกว่า 20% อาจถูกปรับใหม่ให้เข้มงวดขึ้น เช่น จาก 20% เป็น 25% เป็นต้น และอาจไม่ใช้แค่ข้อมูล ฟรีโฟลทล่าสุด ที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น แต่อาจเป็นข้อมูล ฟรีโฟลทย้อนหลัง ที่ผ่านเกณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น มีฟรีโฟลทไม่น้อยกว่า 20% เป็นเวลา 3-6 เดือน เป็นต้น

ผสานกับความเป็นไปได้ที่อาจมีการยกระดับการใช้มาตรการกำกับการซื้อขายที่ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด (Market Surveillance Measure ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 ระดับ คือ ระดับ 1: Cash Balance / ระดับ 2: ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance / ระดับ 3: ห้าม Net settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance) ขึ้นแบบต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอรอบการใช้มาตรการกำกับการซื้อขายเดิมจะสิ้นสุดลงก่อน รวมทั้งอาจมีการใช้มาตรการกำกับการซื้อขายที่ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดไม่ใช่แค่ภาวะราคาปรับตัวขึ้นเท่านั้น แต่รวมถึงราคาปรับตัวลงด้วย

ทั้งนี้ ประเด็นทั้งหมดเป็นเพียงมุมมองของเราเพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนเท่านั้น

คำค้น