โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” COM7 เป้า 47 บ. รับอานิสงส์ WFH-ยอดขาย iPhone12 ทะลัก

โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” COM7 เป้า 47 บ. รับอานิสงส์ WFH-ยอดขาย iPhone12 ทะลัก

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” หุ้น COM7 ราคาเป้าหมาย 47 บาท อิง PE 35 เท่า (กรอบบน Consumer discretionary) มองว่า COM7 สมควรเทรด Premium เทียบกับหุ้น Consumer discretionary ทั่วไปเพราะบริษัทเกาะกระแสการเติบโตไปกับกลุ่มเทคโนโลยี/5G อีกทั้งบริษัทได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ Business model จากการที่ทำกำไรเติบโตสวนกลุ่มได้ ในปีที่ผ่านมา

โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา แม้จะเจอกับอุปสรรคหลากหลาย แต่ COM7 ยังสามารถที่จะมีผลกำไรที่เติบโตได้ และสำหรับปี 2564 คาดบริษัทจะมีกำไรเติบโตมากกว่า 20% ซึ่งมีปัจจัยหนุนมาจากยอดขายที่จะได้กลับมาจากการที่ปีที่แล้วมีการปิดห้างไปราว 1 เดือนครึ่ง และ iPhone12 ที่เริ่มขายช้ากว่าปกติ (ปีนี้ขายปลาย พ.ย.) จะส่งให้ให้ยอดขายไหลไปถึงไตรมาส 1/64 อีกทั้งห่วงโซ่อุปทานที่กลับมาเป็นปกติ สินค้าที่ขาดสต๊อก จะเข้ามาเติมเต็มอุปสงค์ที่รออยู่

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น COM7 ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus อยู่ที่ 46.50 บาท/หุ้น กำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 2563 อยู่ที่ 934.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% เมื่อเทียบจากปีก่อน ยังเติบโตได้ดีแม้ Covid-19 จะทำให้ต้องปิดร้านบางสาขาชั่วคราวในไตรมาส 2/63

สำหรับการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/63 และปีนี้ยังมีมุมมองที่ดีต่อ COM7 โดยเฉพาะไตรมาส 4/63 ที่มีการเปิดตัว iPhone12 จะเป็นปัจจัยหนุนต่อรายได้โดยตรงขณะที่เราคาดว่า COM7 จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี 4G เป็น5G ซึ่งเร่งให้ผู้ใช้มีการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องมือโดยสินค้า 5G จะมีราคาเฉลี่ยที่สูงกว่าราว 10-20%

นอกจากนี้ทางบริษัทยังจะรุกเข้าไปทำตลาดในกลุ่ม DIY โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดผู้บริโภคของ DIY อยู่ที่ราว 15,974 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมงานคอมพิวเตอร์กราฟิกที่เติบโตขึ้นและ Demand จากการขุดเหรียญคริปโต ซึ่ง COM7 มี Market Share ตลาด DIY อยู่ราว 4% บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายขึ้นเป็น 15% ในปีนี้ และ 30% ในปี 2566 ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2563 และ ปี 2564 ที่ 1,327  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบจากปีก่อน  และ 1,665  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.5%  เมื่อเทียบจากปีก่อน  ตามลำดับ

ส่วน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาพื้นฐาน COM7 ที่ 46 บาท/หุ้น โดยมีประเด็นเก็งกำไรจากได้เข้า SET50 รอบใหม่ ม.ค.-มิ.ย.2564 และบาทแข็งนำเข้าสินค้า Mobile & IT ในต้นทุนต่ำ รวมทั้งเพิ่มสาขาต่อเนื่อง เน้นจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด และ iPhone ขายดี คาดการณ์กำไรหลักปี 63 โต 7% เมื่อเทียบจากปีก่อน เพราะชัตดาวน์ไปช่วงหนึ่ง แต่ปีนี้หรือปี 2564 กำไรกลับมาโตถึง 22% เมื่อเทียบจากปีก่อน กำหนดราคาพื้นฐานเป็น 46 บาท  ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 13%

ขณะเดียวกัน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมาย COM7 ที่ 45 บาท/หุ้น คาดรัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมการระบาดโควิด-19 เข้มข้นขึ้น การ WFH จะขยายวงกว้างขึ้น เป็นตัวเร่งยอดขายอุปกรณ์ของ COM7 โดยตั้งงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ขยาย 70 สาขา ในปีนี้รับดีมานด์อุปกรณ์ไอทีที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ปรับเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ามาร์จิ้นดีขึ้น ทั้งนี้ประเมินกำไรสุทธิเฉลี่ยใน ปี 2563-2564 ที่ 1.27 พันล้านบาท และ 1.53 พันล้านบาท เติบโต 4.7% เมื่อเทียบจากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบจากปีก่อน ตามลำดับ