พาราสาวะถี

เพราะสัญญาไม่เป็นสัญญา วาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความชอบธรรมในการยึดอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 มันจึงถูกขุดขึ้นมาประจานความล้มเหลวในการก่อรัฐประหารของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างต่อเนื่อง เมื่อเผชิญปัญหาในแต่ละเรื่อง ล่าสุด ก็ถูกขุดมาโดยส.ว.ที่ท่านผู้นำตั้งมากับมืออย่าง คำนูณ สิทธิสมาน ว่าด้วยคำสั่งอันเหมือนประกาศิต ณ เวลานั้นที่ว่า ห้ามมีบ่อนและการเล่นการพนันทุกชนิด

อรชุน

เพราะสัญญาไม่เป็นสัญญา วาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความชอบธรรมในการยึดอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 มันจึงถูกขุดขึ้นมาประจานความล้มเหลวในการก่อรัฐประหารของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างต่อเนื่อง เมื่อเผชิญปัญหาในแต่ละเรื่อง ล่าสุด ก็ถูกขุดมาโดยส.ว.ที่ท่านผู้นำตั้งมากับมืออย่าง คำนูณ สิทธิสมาน ว่าด้วยคำสั่งอันเหมือนประกาศิต ณ เวลานั้นที่ว่า ห้ามมีบ่อนและการเล่นการพนันทุกชนิด

แน่นอนว่า ในยุคของคสช.ไม่ได้หมดไปเพียงแต่ว่ามีกฎหมายปิดปาก กระบวนการวิพากษ์วิจารณ์มันจึงย่อมเงียบหายตามไปด้วย แต่เมื่อมาสู่ยุคสืบทอดอำนาจแม้ว่าจะไม่มีหัวโขนของหัวหน้าคสช.แล้ว แต่คราบไคลของความเป็นผู้นำเผด็จการยังคงหลงเหลืออยู่  ซึ่งหลายเรื่องที่ตัวเองและคณะสืบทอดอำนาจได้ประโยชน์ ก็มักจะกล่าวอ้างถึงรัฐบาลก่อนหน้าซึ่งแท้ที่จริงก็คือคณะเดียวกันนั่นเอง เพียงแต่มีพรรคการเมืองมาร่วมเป็นไม้ประดับเพื่อทำให้เห็นว่าเป็นรัฐนาวาที่มาจากระบอบประชาธิปไตยแล้วเท่านั้น

คำถามสำคัญคือนโยบายว่าด้วยการปราบบ่อนและห้ามเล่นการพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี จึงไม่ได้ถูกนำมายุคปฏิบัติต่อในยุคอำนาจสืบทอดอย่างนั้นหรือ คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องถือเป็นนโยบายสำคัญอีกด้านหนึ่งของรัฐบาลที่ต้องกำจัดเรื่องเหล่านี้ให้หมดไป หรือหากจะเปลี่ยนนโยบายให้มีการเปิดบ่อนพนันแบบถูกกฎหมายก็ต้องประกาศกันให้ชัด ดังนั้น เมื่อไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความเข้มข้นต่อการกวาดล้าง จับกุม ปราบปรามเรื่องนี้ จึงยังต้องดำเนินไปต่อเนื่องใช่หรือไม่

ท้ายที่สุด เมื่อไม่ได้มีการดำเนินการหรืออาจบอกได้ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีการจัดการเรื่องเหล่านี้ให้หายไปจากสังคมไทยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ ยังพบว่ามีการเปิดกันมากขึ้นและลักลอบเล่นกันหนักข้อมากยิ่งขึ้นในช่วงของสถานการณ์โควิด-19 เพราะบ่อนประเทศเพื่อนบ้านการเดินทางเข้าออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อปล่อยกันไว้อย่างนี้ด้วยเหตุผลเม็ดเงินสีดำมันมีจำนวนมหาศาล มันจึงกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกลับมาประจานผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจกับการระบาดของโควิดรอบนี้

ความเจ็บปวดที่คำนูณสะกิดแผลของท่านผู้นำทั้งที่เป็นคนกันเองมีอยู่ 2 ประการคือ การที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจได้ตำแหน่งนายกฯ มาตั้งแต่เมื่อเกือบ 2 ปีก่อนก็เพราะประชาชนและสมาชิกรัฐสภาที่โหวตให้เห็นควรให้โอกาสท่านในการปฏิบัติภารกิจเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยเฉพาะการชำระล้างความไม่ถูกต้องนานัปการในบ้านนี้เมืองนี้ต่อเนื่องไปอีกระยะเพื่อให้สัมฤทธิผลในระดับที่มีนัยสำคัญ จะหาเหตุอ้างเป็นอย่างอื่นไม่ได้

นั่นหมายความว่า ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจจึงยังคงมีพันธะสัญญาผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของตัวเองที่ว่าด้วยการกวาดล้างบ่อนพนันต่อไปด้วยวิธีการของระบอบปัจจุบันที่รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติไว้การปฏิรูปผู้มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายในเชิงโครงสร้างจึงเป็นหนทางหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และความจริงสิ่งที่คนยังไม่เห็นอีกประการก็คือความเป็นรูปธรรมในเรื่องการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ทั้งที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมากันจำนวนมาก

อีกสิ่งที่คำนูณยกมาสร้างความปวดร้าวในหัวใจกับผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจคือบทเพลงอันเป็นความภาคภูมิใจของท่านผู้นำช่วงระยะสองสามปีแรกที่ยึดอำนาจ แต่หลังจากเลื่อนการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องบทเพลงดังว่านี้จึงถูกทำให้คนลืม ด้วยประโยคเด็ดที่ว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า…” พร้อมด้วยวรรคทอง “ขอแผ่นดินที่งดงามกลับคืนมา!”

มาถึงวันนี้ ไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์โควิด-19 เอาแค่ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาและการจัดการเรื่องที่สำคัญของประเทศ คงจะเป็นบทพิสูจน์แล้วว่าผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจทำได้อย่างที่สัญญาไว้หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องทางการเมือง ไม่ต้องสาธยายว่าดีขึ้นกว่ายุคเดิมหรือไม่ ยิ่งใช้การบริหารงานแบบรัฐราชการเต็มรูปแบบ ยิ่งกลายเป็นช่องให้พวกกังฉินทั้งหลายได้หากินกันสบายใจเฉิบ แค่กรณีบ่อนพนันและแรงงานลักลอบก็น่าจะเป็นหลักฐานชิ้นดี

การที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจมอบหมายให้ วิษณุ เครืองาม ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสองชุดเพื่อดูแลทั้งสองเรื่องดังว่า คำถามก็คือจะเกิดประโยชน์อันใด ในเมื่อคนที่รับคำสั่งประกาศออกมาเองว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นเหมือนยักษ์ที่ไร้กระบอง รับเรื่องร้องเรียนมาทำได้ก็แค่จี้ไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการเท่านั้น ซึ่งมันก็เข้าอีหรอบเดิมคือ เมื่อเป็นเรื่องของหน่วยงานนั้น ๆ ย่อมที่จะยื้อ ซื้อเวลา เพราะคงไม่มีใครบ้าที่จะประกาศประจานความฉาวโฉ่ในองค์กรของตัวเอง

ตั้งคำถามซ้ำซากและน่าเบื่อคือ ในเมื่อประชาชนทุกท้องที่รู้กันว่าบ่อนอยู่ที่ไหน เป็นของใคร และขบวนการลักลอบนำแรงงานเถื่อนเข้าประเทศมีที่จุดไหน อย่างไร น่าแปลกใจทำไมชุดข้อมูลนี้ตำรวจ ทหาร จึงไม่รู้ และยิ่งน่าแปลกใจมากเข้าไปอีกว่าผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจที่กำกับดูแลทั้งสองหน่วยงานสำคัญด้านความมั่นคงเหล่านี้ จะไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยอย่างนั้นหรือ ติดขัดอะไรถึงขึ้นน้ำท่วมปาก ก็บอกความจริงประชาชนมา จะได้รู้กันไปว่าที่โพนทะนาว่าเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่สำเร็จก็แค่การสร้างภาพหลอกลวง

แต่ดูท่าว่าผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจจะไม่ได้สำเหนียกรู้สึกรู้สากับเสียงวิจารณ์ของประชาชน เพราะยังคงออกมาเรียกร้องให้ทุกคนต้องร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการ หากไม่ร่วมมือก็ไม่สามารถทำอะไรได้พร้อมกับการอ้างเรื่องกฎหมายด้วยการบอกว่าทุกคนต้องเคารพ เพราะหากไม่เคารพกฎหมายก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ปัญหาเกิดความยุ่งยากมากขึ้นเรื่อย ๆ และท้ายสุดก็มาลงโทษกับรัฐบาล ซึ่งยืนยันรัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ

การปฏิบัติตามกฎหมาย กับการบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับโดยเคร่งครัดนั้นมันแตกต่างกัน กรณีของแรงงานลักลอบและบ่อนพนัน ถามว่ามีการใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดและเด็ดขาดขนาดไหน ถึงขนาดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองยังออกมาตัดพ้อว่า ในพื้นที่บ่อนพนันยังมีการลักลอบเล่นกันอยู่ และล่าสุดก็พบอีกในพื้นที่กทม. ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงกลาโหมที่สามารถจัดการเรื่องแบบนี้ให้เด็ดขาดได้ทันที แต่ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะมานั่งเป็นหัวหลักหัวตอไปเพื่ออะไร