เปิด 3 กลุ่มเด็ดลุ้นฟื้นตัวแรง รับ “วัคซีน พาสปอร์ต” ชู AOT-MINT บวกสูงสุด

เปิด 3 กลุ่มเด็ดลุ้นฟื้นตัวแรง รับ "วัคซีน พาสปอร์ต" ชู AOT-MINT บวกสูงสุด

บริษัทหลักทรัพย์เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หลังจากรัฐมนตรีท่องเที่ยวเสนอวัคซีนพาสปอร์ตสามารถเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้โดยไม่ถูกกักตัว โดยผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้ ททท. หาวิธีดึงชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วมาเที่ยวไทย โดยไม่มีกักตัว และอยากให้มีวัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) โดยให้หารือร่วมกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว (NTO) ของประเทศในอาเซียนเพื่อออกพาสปอร์ตร่วมกันภายใต้มาตรฐานเดียว

Implication

ทั้งนี้มีมุมมองเป็นบวกต่อ Vaccine Passport ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเข้ามาไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว แต่อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ยังคงต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกทีเพราะยังไม่ทราบช่วงเวลาที่จะเริ่มให้ ขณะที่คาดว่าวัคซีนจะเข้ามาประเทศไทยในเดือน ก.พ. จำนวน 5 หมื่นโดส เดือน มี.ค. จำนวน 8 แสนโดส และเดือน เม.ย. จำนวน 1 ล้านโดส และทั้งปี 2564 จะมียอดรวมทั้งหมดที่ 70 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรทั้งประเทศได้ 35 ล้านคน หรือคิดเป็น 50% ของประชากรทั้งหมด โดยเชื่อว่ามี 3 กลุ่มที่จะเริ่มฉีดวัคซีนก่อนคือ 1) กลุ่มนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ 2) กลุ่มผู้ป่วยที่อยากเข้ามารักษาในประเทศไทย และ 3) กลุ่มผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ เลือกหุ้นที่จะได้รับ sentiment เชิงบวกสูงสุดจาก Vaccine Passport คือ AOT  (ซื้อ/เป้า 77.00 บาท) และ MINT (ซื้อ/เป้า 28.00 บาท) และกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จาก Vaccine Passport มีดังนี้

(+) Aviation sector (Neutral) มองเป็นบวกต่อกลุ่มสายการบินและสนามบินมากสุด เนื่องจากจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวการท่องเที่ยวและการเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศ ซึ่งเที่ยวบินระหว่างประเทศมีกำไรที่สูงกว่าเที่ยวบินในประเทศด้วย สำหรับหุ้นที่เราชอบในกลุ่ม ได้แก่ AOT (ซื้อ/เป้า 77.00 บาท) เนื่องจากรายได้จากจากค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) ของเที่ยวบินระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง ส่วน AAV (ซื้อ/เป้า 2.50 บาท) คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการโอกาสในการเปิดเส้นทางบินในอาเซียนและจีนได้ก่อน อย่างไรก็ตาม AAV ยังต้องติดตามประเด็นแนวทางช่วยเหลือสายการบินจากภาครัฐ

(+) Healthcare sector (Neutral) มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูง ได้แก่ BH มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ 58% (Bloomberg consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ 116.00 บาท (Buy 6 / Hold 13 / Sell 7)) และ BDMS (ขาย/เป้า 20.00 บาท) มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ 30% ซึ่งเราคาดว่าประเด็นดังกล่าวจะทำให้ผู้ป่วยต่างชาติเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกักตัวของผู้ป่วยและผู้ติดตาม อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่ากลุ่มโรงพยาบาลจะได้ประโยชน์สูงสุดหากเป็นประเทศในกลุ่ม ตะวันออกกลาง และ CLMV

(+) Tourism sector (Neutral) คาดว่าหุ้นที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดในกลุ่มท่องเที่ยวหากมีการใช้ Vaccine Passport โดยเปิดเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว คือ ERW (ถือ/เป้า 3.60 บาท) เพราะมีสัดส่วนโรงแรมในประเทศไทยมากกว่า 90% รองลงมาเป็น CENTEL (ถือ/เป้า 25.00 บาท) และ MINT (ซื้อ/เป้า 28.00 บาท) แต่อย่างไรก็ดี จากการศึกษาเราพบว่ามีหลายประเทศทั่วโลกใกล้จะมีการใช้ Vaccine Passport แล้ว คือ สหรัฐ, อังกฤษ , สเปน, กรีซ และเอสโตเนีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศฝั่งยุโรป ทำให้เราชอบ MINT มากที่สุด เพราะได้ประโยชน์ทั้งจากยุโรปและไทย

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน