“ฟินันเซียฯ” วางเป้า SET แตะ 1,550 จุด รับภาคส่งออกเริ่มฟื้น หนุนผลงานบจ.ครึ่งหลังแกร่ง

"ฟินันเซียฯ" วางเป้า SET แตะ 1,550 จุด รับภาคส่งออกเริ่มฟื้น หนุนผลงานบจ.ครึ่งหลังแกร่ง

นายทรงกลด วงศ์ไชย นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า อัพไซด์ของภาคส่งออกจะช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปจากในประเทศ และการท่องเที่ยวที่ลดลง ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้ความเสี่ยงดาวน์ไซด์ในดัชนี SET มีจำกัด หลังจากที่ดัชนีร่วง 4.2% ในปลายสัปดาห์ที่แล้วจากการเทขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากแตะจุดสูงสุดไปเมื่อกลางเดือน ม.ค. สะท้อนการไหลของ Fund Flow ในภูมิหลัง เนื่องจากเกิด Short queeze ในสหรัฐและการปรับพอร์ตลงทุน ผนวกกับแรงเทขายหุ้น Large-cap ในตลาด

โดยมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนใน SET เนื่องจากการจัดจำหน่าย และฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้านี้จะช่วยให้ภาคส่งออกของไทยดีขึ้น จนสามารถชดเชย/ทดแทนภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังย่ำแย่ เพราะฉะนั้น จึงคิดว่าความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจถูกจำกัดลง และยังคาดการณ์ไว้ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดงวดไตรมาส 1/2564 จะแข็งแกร่งทั้งจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และจากไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตาม หากดัชนี SET ปรับตัวลดลงอีกเพื่อสะท้อนข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 1/2564 ที่อาจอ่อนแอ ซึ่งเป็นการคาดการณ์จาก Bloomberg Consensus ทั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อสะสมรับแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการที่แข็งแกร่งที่คาดว่าจะเห็นในครึ่งปีหลังของปี 2564

ขณะที่ คาดผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดจะเติบโตมากกว่าที่ Bloomberg Consensus ซึ่งจะไปกระตุ้นในตลาดหุ้นฟื้นตัวในปีนี้ คาดกำไรสุทธิของ SET จะกลับมาเติบโตของในแดนบวกในไตรมาส 1/2564

โดยการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจำนวนมากจะเร่งการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งคาดว่าความพร้อมใช้งานของวัคซีนโควิด -19 ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งอาจเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2564 จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของการส่งออกของไทยในปี 2564 อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนั้นแล้ว ยังคงแนวโน้มที่ดีต่อผลประกอบการของไทย และคาดว่าประมาณการอัตราส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) ของทั้งตลาดในปี 2564 จะอยู่ที่ THB85.2 ซึ่งมากกว่าที่ Bloomberg Consensus ให้ไว้ที่ THB81.9 โดยอัตราส่วนกำไรต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้นนี้จะเพิ่มความเชื่อมั่นด้านการลงทุนให้กับบรรดานักลงทุน เนื่องจากบริษัทไทยมีความยืดหยุ่น และพื้นฐานแกร่ง

ทั้งนี้ คาดว่าผู้ประกอบการรถยนต์ ปล่อยกู้รายย่อย รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีจะได้เปรียบในปีครึ่งปีแรก โดยการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของภาคการส่งออกจะเป็นเป็นบวกต่อหุ้นรถ และเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันก็คาดว่าบริษัทที่ทำธุรกิจปล่อยกู้รายย่อยจะได้ประโยชน์จากความต้องการเงินกู้ที่สูงขึ้น พวกหุ้นที่เกี่ยวกับยานพาหนะไฟฟ้าก็จะเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เติบโตแบบ s-curve

ขณะที่ยังคง overweight กับหุ้นไทยอยู่ วางเป้า SET ไว้ที่ 1,550 จุด จาก 18.2 เท่า 2564E P/E หรือใกล้กับ 0.5SD ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี อันเป็นผลมาจาก 1. แนวโน้มที่อาจสูงกว่า Bloomberg Consensus ที่ประมาณการกำไรขององค์กร 2) ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวก และ 3) แนวโน้มที่วัคซีนโควิดที่ถูกบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลต่อคาดการณ์ของบริษัทในปี 2564 อยู่หากความเสียหายทางเศรษฐกิจจากไวรัสอาจร้ายแรงและยาวนานกว่าที่คาด อย่างไรก็ตามตั้งแต่กลางปี 2564 คาดว่าความเสี่ยงจะเริ่มทรงตัว

คำค้น