“คลัง” ย้ำพรุ่งนี้วันสุดท้าย! ลงทะเบียน “เราชนะ” รับเงิน 7,000 บ. คัดกรองแล้ว 28.5 ล้านคน

"คลัง" ย้ำพรุ่งนี้วันสุดท้าย! ลงทะเบียน "เราชนะ" รับเงิน 7,000 บ. คัดกรองแล้ว 28.5 ล้านคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.64) เป็นวันสุดท้ายของการเปิดลงทะเบียน www.เราชนะ.com ในส่วนของกลุ่มแรงงานที่อยู่นอกระบบ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อรับเงินเยียวยาเดือนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ก.พ.-มี.ค.64 รวมเป็นเงิน 7,000 บาท

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายละเอียดการเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะว่า ปัจจุบัน คนผ่านระบบการคัดกรองเพื่อได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาแล้ว 28.5 ล้านคน และมีคนยื่นขอทบทวนสิทธิ์จนถึงปัจจุบัน 3.9 แสนคน คาดว่าจะมีคนได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะราว 31 ล้านคน

โดยกระทรวงการคลังจะผ่อนปรนให้ใช้รายได้ปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากโควิด เป็นเกณฑ์ในการรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากรัฐบาลได้ด้วย ซึ่งเดิมเราจะกำหนดให้ใช้เกณฑ์รายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2562 เท่านั้น โดยเงื่อนไขสำคัญในการได้รับเงินเยียวยาในโครงการเราชนะ คือ จะต้องเป็นแรงงานนอกระบบประกันสังคม หรือ กบข. และต้องมีเงินได้พึ่งประเมินปี 2562 ไม่เกิน 3 แสนบาท และรวมถึงต้องไม่มีเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร เกินกว่า 5 แสนบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค.63 ซึ่งทั้งประเทศมีคนที่มีบัญชีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท อยู่ 1.8 ล้านบัญชี

สำหรับสาเหตุที่เดิมให้ใช้รายได้พึงประเมินของปี 2562 เป็นเกณฑ์นั้น เนื่องจากมีฐานข้อมูลมีความชัดเจนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม จากข้อเรียกร้องที่ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิดส่งผลกระทบในปี 2563 ซึ่งทำให้รายได้ของคนทำงานลดต่ำลงกว่าปี 2562 ดังนั้น ในกรณีที่คนที่ยื่นตรวจสอบสิทธิ์ในโครงการเราชนะแล้ว ไม่ได้รับสิทธิ์สามารถขอทบทวนสิทธิ์ใน www.เราชนะ.com แล้วใช้ข้อมูลรายได้ปี 2563 ประกอบได้ โดยต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2563 ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ยื่นขอทบทวนสิทธิ์

ขณะที่ประชาชนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ทโฟนทำให้ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้พิการทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางไปลงทะเบียนเองหรือเดินทางไปใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ที่ได้รับผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ เป็นต้น สามารถลงทะเบียนได้ระหว่างวันที่ 15-25 ก.พ.64 ณ สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทยหรือจุดบริการเคลื่อนที่รับลงทะเบียน ซึ่งกระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการร่วมกับธนาคารกรุงไทยในการให้มีจุดบริการเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่รับลงทะเบียนให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าว

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยในเบื้องต้นประชาชนกลุ่มดังกล่าว ต้องนำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) ไปใช้ประกอบการลงทะเบียนขอรับสิทธิ์โครงการ โดยต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยการเสียบบัตรประจำตัวประชาชน (Dip Chip) ผ่านเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Capture หรือ EDC) พร้อมกำหนดรหัส (PIN Code) ได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทย หรือจุดบริการที่ธนาคารกรุงไทยกำหนด ทั้งนี้ ประชาชนที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและได้รับอนุมัติวงเงินสิทธิ์จะได้รับวงเงินสิทธิ์สนับสนุนเป็นรายสัปดาห์ จำนวนไม่เกิน 3,500 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยสามารถใช้จ่ายวงเงินผ่านบัตรประจำตัวประชาชน

สำหรับการซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการจากร้านค้าในโครงการธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ร้านค้าในโครงการคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ และผู้ประกอบการ/ร้านค้า/บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยวงเงินที่ได้รับจากโครงการฯ สามารถสะสมได้ แต่จะสามารถใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 31 พ.ค.64

ส่วนกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com แล้วพบว่า “ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ” สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ์ผ่านทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้