ลมปาก 3%

สภาพัฒน์รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ 2563 ถดถอย -6.1% คุยว่าดีกว่าที่ Bloomberg และหลายสถาบันการเงินประเมินไว้ -6.5% แต่ขณะเดียวกันก็ย้อนไปลดจีดีพีปี 2562 จาก 2.4% เหลือ 2.3% (อย่างนี้ก็มี)

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

สภาพัฒน์รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ 2563 ถดถอย -6.1% คุยว่าดีกว่าที่ Bloomberg และหลายสถาบันการเงินประเมินไว้ -6.5% แต่ขณะเดียวกันก็ย้อนไปลดจีดีพีปี 2562 จาก 2.4% เหลือ 2.3% (อย่างนี้ก็มี)

ส่วนจีดีพีปีนี้ จะขยายตัวที่ 2.5%-3.5% ค่ากลาง 3% ปรับลดจากเดิมที่คาดไว้ 3.5%-4.5% เพราะโควิดรอบใหม่ รวมทั้งยังคาดว่า ไตรมาสสี่ 2564 นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเพียง 3.2 ล้านคน จากเดิมที่คาดไว้ 5 ล้านคน มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 0.32 ล้านล้านบาท

มีข้อสังเกตว่าสภาพัฒน์ยอมรับว่า ถึงปลายปี 64 การเปิดรับนักท่องเที่ยวก็ยังยาก ต่างจาก ททท.แถลงตอนต้นปี ฟุ้งว่าจะมีต่างชาติเข้าไทย 10 ล้านคน รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 1.2 ล้านล้านบาท

กระนั้นในเรื่องวัคซีน สภาพัฒน์ยังมองโลกในแง่ดี คือมองว่าจะฉีดให้ประชาชนครบ 50% ในปี 2564 ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้

ศบค. สธ. ประกาศว่า เราสั่งซื้อวัคซีนไว้ 2+26+35 ล้านโดส แต่ไล่ลำดับคือจะได้ Sinovac เป็นออเดิร์ฟ 2 ล้านโดส ใน 3 เดือนนี้ต้องรอถึงเดือนมิถุนายน จึงจะได้แอสตร้าเซนเนก้าจากสยามไบโอไซเอนซ์ 26 ล้านโดสทยอยฉีดเดือนละ 5 ล้านโดส ซึ่งก็เกือบปลายปีพอดี

ส่วนอีก 35 ล้านโดสยังเป็น “ลม” เพราะเพิ่งสั่งจองเมื่อต้นปี ประเทศอื่นเขาจองไว้คิวยาวเหยียด คิดหรือจะได้ง่าย ๆ ได้มาก็ฉีดไม่ทัน ดังนั้นกว่าจะครบ 63 ล้านโดส 31.5 ล้านคนคงกลางปี 65 ไม่น่าทันในปลายปีนี้

ไม่ว่ามองต่างอย่างไร ก็น่าจะเห็นว่า นักท่องเที่ยวไม่กลับมาได้ง่าย ไม่น่าถึง 3.2 ล้านคน

แล้ว SME จะมีลมหายใจถึงปลายปีไหม สำหรับหลายราย เฮือกสุดท้ายคือปีใหม่ที่ผ่านมา ที่ไหนได้ เจอโควิดจากบ่อนจากแรงงานข้ามชาติ ที่รัฐบาลโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจก็บอกว่า “ไม่มีนโยบายรับส่วย”

สภาพัฒน์บอกว่า -6.1 ต่ำสุดใน 22 ปี ยังดีกว่าตุ้มยำกุ้ง แต่หลังต้มยำกุ้งพอลดค่าเงินบาท ส่งออกก็พรวดพราดทันที ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เพราะซึมยาวมาก่อนและหลังจากนี้จะซึมยาวอีก

คำแถลงสภาพัฒน์ ที่มุ่งให้ “ข่าวดี” อ่านดี ๆ ก็มีที่ให้ติ๊กเยอะ เช่น “ค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปี 2564 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 29.5–30.5 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากค่าเฉลี่ย 31.3 บาทต่อดอลลาร์ ในปี 2563 และแข็งค่าขึ้นจากค่าเฉลี่ย 30.3-31.3 บาทต่อดอลลาร์ ในการประมาณการครั้งก่อน”

การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน“เร่งรัดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติและออกบัตรส่งเสริมการลงทุนในช่วงปี 2561-2563 ให้เกิดการลงทุนจริง” (แปลว่าที่บีโอไอตีปี๊บมีแต่ลม)

3% ของสภาพัฒน์คือคาดการณ์ว่าทุกอย่างดีขึ้น ถ้ามีปัจจัยอะไรไม่ตามคาด ก็ตกจากเป้า ทั้งเศรษฐกิจโลก การใช้จ่ายภาครัฐ โควิดและวัคซีน ทั้งที่ตัวเลขบวกแค่นี้ไม่ใช่ดีเลย จากปี 2562 โต 2.3% ปี 2563 ถดถอย -6.1% ปี 2564 โตแค่ 3% อาจใช้เวลา 3 ปีกลับไปเท่าปี 62

ที่น่าขันคือสภาพัฒน์พูดถึงปัจจัยทางการเมืองสั้น ๆ แต่กว้างเว่อร์ อยู่ใน 9 ข้อที่ต้องให้ความสำคัญ “การรักษาบรรยากาศทางการเมืองภายในประเทศเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจและเป็นอุปสรรคต่อบรรยากาศความเชื่อมั่น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง…”

ไม่เห็นต้องห่วงเลย ยังไงรัฐบาลก็อยู่ได้ ภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จรัฐราชการทหารตำรวจกระบวนการยุติธรรม บวกนักการเมืองระบบอุปถัมภ์

เพียงแต่ความคาดเดาไม่ได้ของอำนาจ ความขัดแย้งระหว่างรัฐกับคนรุ่นใหม่ที่แม้ชนะก็แตกหัก ความห่วยแตกไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ก็จะกดดันเศรษฐกิจยาวไป