“อนุทิน” แจงชะลอฉีดวัคซีน “แอสตราฯ” ให้นายกฯ รอผลสอบสวนยุโรป ยันความปลอดภัยต้องมาก่อน

“อนุทิน” แจงชะลอฉีดวัคซีน “แอสตราฯ” ให้นายกฯ รอผลสอบสวนยุโรป ยันความปลอดภัยต้องมาก่อน


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุสาเหตุการเลื่อนฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาให้แก่นายกรัฐมนตรีวันนี้ (12 มี.ค.64) ว่า เป็นไปตามการวินิจฉัยของคณะแพทย์ เนื่องจากมีการรายงานผลข้างเคียง หรือ อาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับการฉีดวัคซีนมาก่อน อีกทั้งในบางประเทศมีการชะลอการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เพื่อรอผลการสอบสวน และสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมด้วย

นายอนุทิน ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเพิ่งได้รับรายงานเมื่อค่ำวานนี้ (11 มีค.) และคณะแพทย์ได้พิจารณากันอย่างจริงจังตามข้อมูลที่ได้รับจากต่างประเทศจนได้ข้อสรุปว่าจะชะลอการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาไว้ระยะหนึ่ง เพื่อรอผลการสอบสวนอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดก่อน แม้ว่าคณะแพทย์จะยืนยันว่าวัคซีนแอสตราเซเนกามีความปลอดภัยและได้รับมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ฉีดไปแล้วมากกว่า 30 ล้านโดส และมีการสั่งซื้อมากกว่า 3,000 ล้านโดส

อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ได้ยึดหลักความปลอดภัยของประชาชนที่จะได้รับวัคซีนสูงสุดจึงให้ชะลอไว้ก่อน แม้ว่าวัคซีนที่ใช้ในยุโรป กับวัคซีนที่ส่งมาประเทศไทยเป็นคนละล็อต และมาจากคนละโรงงาน แต่เมื่อมีรายงานอาการที่ไม่พึงประสงค์ แม้จะยังไม่ยืนยันว่าเป็นผลจากวัคซีนโดยตรงก็ตาม

นายอนุทิน ระบุอีกว่า การชะลอหรือหยุดฉีดวัคซีนชั่วคราวเพื่อสอบสวนหาข้อมูลเป็นเรื่องปกติทางการแพทย์ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนใหม่ และการฉีดวัคซีนในวงกว้างระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งการฉีดวัคซีนโควิดอื่นๆ ในบางประเทศก็เคยหยุด หรือ ชะลอ เพื่อรอผลการสอบสวนมาแล้ว ก่อนจะกลับมาฉีดเมื่อมีความมั่นใจในผลการสอบสวนว่าไม่ใช่ผลจากวัคซีน

“นี่เป็นเหตุผลหนึ่งของการใช้วัคซีนแบบสถานการณ์ฉุกเฉิน หากมีอาการไม่พึงประสงค์ แม้จะไม่ชัดเจนว่ามาจากวัคซีนหรือไม่ คณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล จะมีคำสั่งให้หยุดการฉีดวัคซีนไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประชาชน ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของคณะกรรมการฯ เช่นเดียวกัน” นายอนุทิน ระบุ

สำหรับผลการสอบสวนในยุโรปคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป โดยในช่วงนี้ยังมีการฉีดวัคซีนของซิโนแวคตามแผนเดิม

Back to top button