IRPC ปิดตลาดพุ่ง 6% พบ Block Trade ก้อนใหญ่ 56.6 ล้านหุ้น ดันวอลุ่มทะลัก 5 พันลบ.

IRPC ปิดตลาดพุ่ง 6% พบ Block Trade ก้อนใหญ่ 56.6 ล้านหุ้น ดันวอลุ่มทะลัก 5 พันลบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC  ปิดตลาดวันนี้(2 เม.ย.64) อยู่ที่ระดับ 4.08 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 5.70 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 5.35 พันล้านบาท

ด้าน บลูมเบิร์กรายงานว่าวันนี้(2เม.ย.64) พบ Block Trade หุ้น IRPC จำนวน 56.6 ล้านหุ้น ที่ราคา 3.94 บาท รวมมูลค่าทั้งหมด 223.1 ล้านบาท

ทั้งนี้ “Block Trade” เป็นการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ประเภท Single Stock Futures (SSF) ที่อ้างอิงหุ้นใน SET50 และ SET100 โดยใช้วิธีการจับคู่ซื้อขายที่ราคาและจำนวนสัญญาที่ตกลงกันไว้ โดยมีผู้ดำเนินการคือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โดยบล.จะเป็นคู่สัญญาให้กับผู้ลงทุน ภายใต้เงื่อนไขต้องซื้อจำนวนขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่ตลท.กำหนด และบล.จะปิดความเสี่ยงด้วยการเข้าซื้อหุ้นบนกระดาน

โดยก่อนหน้านายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า วานนี้ (31 มี.ค. 2564) ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 มีมติอนุมัติแผนการจัดหาเงินกู้ ซึ่งรวมถึงการกู้เงินจากสถาบันการเงินและ/หรือการออกหุ้นกู้ และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นจากแหล่งเงินในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ ในระยะเวลา 5 ปี (ปี 2564-2568) วงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท

โดยจะพิจารณารูปแบบการจัดหาเงินให้เหมาะสมกับความต้องการใช้เงิน และสภาวะตลาดในแต่ละขณะ เพื่อใช้ในการลงทุน และหรือทดแทนเงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ (Refinance) และ/หรือ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดยการขออนุมัติกรอบวงเงินกู้ครั้งนี้ เพื่อรองรับต่อโอกาสขยายการลงทุนในอนาคต ส่วนจะออกเงินกู้ได้เมื่อไหร่นั้นยังต้องรอดูจังหวะที่เหมาะสมก่อน โดยรายละเอียดการจัดหาเงินในแต่ละครั้งให้เสนอคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม การขอกรอบวงเงินกู้ในครั้งนี้ วงเงินส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ Refinance เงินกู้เดิม และอีกส่วนหนึ่งประมาณ 36,000 ล้านบาท เป็นการขยายลงทุนตามแผน 5 ปี ในจำนวนนี้จะรวมถึงการควบรวม หรือซื้อกิจการ (M&A) บางส่วน และเงินส่วนที่เหลือจะให้สำหรับขยายการลงทุนในอนาคตที่อยู่ระหว่างการเจรจา

สำหรับแผนลงทุน 5 ปี (ปี 2564-2568) วงเงิน 36,251 ล้านบาท เพื่อรองรับขยายการลงทุนใน 7 โครงการ ได้แก่ โครงการ Strengthen IRPC เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิตในช่วงปี 2563-2566 ตั้งเป้ามีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 4,552 ล้านบาท, โครงการปรับปรุงความน่าเชื่อถือ (Reliability Improvement) ตั้งเป้าประหยัดค่าใช้จ่าย 600 ล้านบาท, โครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) รองรับการผลิตน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2566

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Infrastructure and Asset ระหว่างปี 2564-2568 ตั้งเป้า EBITDA อยู่ที่ 1,365 ล้านบาท, โครงการโนอาห์ (แผนเกษียณอายุก่อนกำหนด) ตั้งเป้าลดต้นทุน 4,067 ล้านบาท, โครงการ Specialty Product เพื่อเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ Specialty เป็น 30% ในปี 2567 จากปัจจุบันอยู่ที่ 13% และโครงการ Galaxy จะเป็นการต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งในส่วนนี้อาจจะมีเรื่องของ M&A ซึ่งเตรียมวงเงินไว้ประมาณ 8,000 ล้านบาท

ส่วนแนวโน้มการลงทุนในปี 2564 จะเป็นปีที่สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจจากปัจจัยภายนอกประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ หลังเกิดกระแสชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และปัญหาสงครามการค้า (Trade War) ส่งผลบวกกับบริษัท ทำให้ผู้ลงทุนบางส่วนย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เพื่อลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนมายังประเทศและอาเซียนแทน ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนที่จะใช้ประโยชน์ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ด้วย

นายชวลิต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังอนุมัติจ่ายปันผลจากกำไรสะสมส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรร ตามงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท คิดเป็นวงเงินประมาณ 1,226 ล้านบาท โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 เม.ย. 2564

คำค้น