TKN ลงสนามประลองวันแรกลุ้นเปิดเหนือจอง!

TKN ลงสนามประลองวันแรกลุ้นเปิดเหนือจอง! มีราคาก่อนเปิดตลาด (Pre Open) 5 นาที อยู่ที่ 5.10 บาท โดยจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายก่อนเปิดตลาดประมาณ 77 ล้านหุ้น ด้านฝั่งซื้อ (Bid) ประมาณ 46 ล้านหุ้น ส่วนฝั่งขาย (Offer) ประมาณ 38 ล้านหุ้น ขณะที่ ผู้บริหารมั่นใจเปิดเหนือจองแน่นอน โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเชีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ราคาก่อนเปิดตลาด (Pre Open) 5 นาที อยู่ที่ 5.10 บาท โดยจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายก่อนเปิดตลาดประมาณ 77 ล้านหุ้น ด้านฝั่งซื้อ (Bid) ประมาณ 46 ล้านหุ้น ส่วนฝั่งขาย (Offer) ประมาณ 38 ล้านหุ้น ขณะที่ ผู้บริหารมั่นใจเปิดเหนือจองแน่นอน โดยมี บริษัท ที่ปรึกษา เอเชีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

 

แหล่งข่าววงการตลาดทุน เปิดเผยว่า วันนี้ (3 ธ.ค.) หุ้นไอพีโอของบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN จำนวน 360 ล้านหุ้น จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก ในหมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับราคา 5-5.50 บาท และยืนเหนือราคาไอพีโอที่หุ้นละ 4 บาทได้

โดยประเมินกำไรสุทธิของ TKN ในปี 2558 ไว้ที่ 357 ล้านบาท เติบโต 75% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 199 ล้านบาท พร้อมทั้งมียอดขายอยู่ที่ระดับ 3,523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน หลังจากกำลังซื้อในประเทศเริ่มกลับมา ทำให้มีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น พร้อมทั้งคาดในอีก 5 ปีข้างหน้า (2558-2562) จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรอยู่ที่ 27% ต่อปี เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำในตลาดสาหร่ายมาอย่างยาวนาน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศมากถึง 62%

นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKN เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อไว้รองรับแผนการขยายตลาดไปในต่างประเทศมาก ซึ่งคาดจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถเดินสายการผลิตได้ในช่วงปลายปี 2559 และจะส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 7,600 ตันต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4,000 ตันต่อปี

อีกทั้งยังได้ตั้งเป้าในปี 2559 บริษัทจะมียอดขายเติบโตมากกว่า 10% จากแผนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังตลาดในต่างประเทศมากขึ้น โดยเบื้องต้นจะเน้นเจาะตลาด AEC และในประเทศจีนเป็นหลัก หลังจากมองว่าเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจได้สูง และยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการจำหน่ายในประเทศเล็กน้อย

สำหรับผลประกอบการล่าสุดงวด 9 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทมีรายได้จากการจำหน่าย 2,519 ล้านบาท เติบโต 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 245 ล้านบาท เติบโตขึ้น 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในปี 2558 มีแนวโน้มทำได้มากกว่าปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,695 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 198 ล้านบาท

Back to top button