วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบวันที่ 13 ม.ค.59

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบวันที่ 13 ม.ค.59

บทวิเคราะห์ธุรกิจพลังงาน บมจ.ไทยออยล์ ระบุวันนี้ (13 ม.ค.) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ หลังภาวะเศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นในตลาดยังคงชะลอการซื้อน้ำมันดิบเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันดิบที่จะปรับลดลงไปอีก ซึ่งส่งผลให้การกักตุนสินค้าคงคลังมีโอกาสขาดทุนได้

อีกทั้งการขาดทุนจากน้ำมันดิบคงคลังส่งผลให้บริษัท BPซึ่งเป็นบริษัททางด้านพลังงานขนาดใหญ่ของโลกมีความจำเป็นต้องปลดพนักงานทั่วโลกออกอย่างน้อย 4,000คน โดยจะทำการลดปริมาณพนักงานในแถบทะเลเหนือราว 600คนภายในสองปี หลังมูลค่าสินค้าคงคลังปรับลดลงถึงร้อยละ 9 ในปีนี้

แม้ว่านักวิเคราะห์หลายรายจะเริ่มเล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงถึงระดับ 20เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered คาดการณ์ว่าจะตกลงถึงระดับ 10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ยิ่งไปกว่านั้นราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดัน หลังอีรักผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ในกลุ่มประเทศโอเปก (OPEC) วางแผนที่จะส่งออกน้ำมันดิบราว 3.63ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.พ. จากท่าเรือทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งนับเป็นการส่งออกที่มากที่สุดนับแต่เดือน พ.ย. 58ที่ผ่านมา โดยน้ำมันที่จะส่งออกเป็นชนิดหนักอย่าง Barsh Heavy ขณะที่ Barsh Light ยังคงส่งออกที่ระดับ 2.67ล้านบาร์เรลต่อวัน

อย่างไรก็ดี สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ (API)ได้ประกาศถึงปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงราว 3.9 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 480.07 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล การปรับลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลงไปไม่ต่ำกว่าระดับ 30 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล 

โดยราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ ตามตลาดน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ราคายังได้รับการสนับสนุนจากอุปสงค์ที่ดีของประเทศอินโดนีเซียหลังแสดงความต้องการที่จะนำเข้าน้ำมันเบนซินในเดือน ก.พ. ถึง มิ.ย. รวมราว 1.7 -4.5 ล้านบาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานส่วนเกินในภูมิภาคเอเชียยังมีอยู่มาก อย่างไรก็ดี อุปสงค์การใช้น้ำมันดีเซลของเอเชียเหนือที่ฟื้นตัวในช่วงหน้าหนาวมีส่วนช่วยให้อุปทานที่จะส่งมายังสิงคโปร์ปรับลดลงกว่าที่คาดการณ์

 

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ30-36เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ30-36เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

-เศรษฐกิจจีนยังคงส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหุ้นจีนต้องยุติการซื้อขายหุ้นลงในช่วงครึ่งวันแรก (4 ม.ค.) หลังจากดัชนีปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 7 จนต้องมีลั่นสัญญาณ “เซอร์กิต เบรกเกอร์” หรือมาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราวครั้งแรกในประวัติศาสตร์

-ความขัดแย้งระหว่างประเทศซาอุดิอาระเบียและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจส่งผลให้ความร่วมมือในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันดิบตกต่ำภายในกลุ่มโอเปกลดน้อยลง และทำให้ตลาดยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดต่อไป -อิหร่านมีแนวโน้มส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกมากขึ้น หลังจากได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจากชาติมหาอำนาจ อย่างไรก็ตาม อิหร่านระบุว่าการเพิ่มการส่งออกน้ำมันของอิหร่านหลังจากที่มีการยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออิหร่านจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกและจะไม่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงไปมากกว่านี้    

 

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น