น้ำ(มัน)ท่วมปอด ลุ้นโซฮอล์ลงต่ำ 20 บาท

ราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์ (Brent) และ เวสเท็กซัสฯ (WTI) รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังโดนปัจจัยลบรุมเร้าและกดดันต่อเนื่อง

–ตามกระแสโลก–

 

ราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์ (Brent) และ เวสเท็กซัสฯ (WTI) รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังโดนปัจจัยลบรุมเร้าและกดดันต่อเนื่อง

โดยแรงกดดันหลัก มาจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง จนแบงก์ชาติจีนถึงขั้นต้องออกมาปรับลดค่ากลางของเงินหยวน

ซึ่งถ้านับตั้งแต่ เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มูลค่าเงินหยวนของจีนถูกปรับลดลงแล้วราว 5%… ถือว่าไม่น้อยทีเดียว

แน่นอนว่า ประเด็นตรงนี้จึงมีผลกระทบทางพื้นฐานของราคาน้ำมัน รวมถึงผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างร้ายกาจ

เพราะในฐานะผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก การปรับลดค่าเงินถือเป็นหนึ่งสัญญาณอันตรายที่สุดต่อทิศทางราคา

โดยเฉพาะเมื่อการอ่อนตัวลงครั้งนี้ ถือเป็นการถอนพิษเศรษฐกิจที่กำลังไหลซึมเข้าสู่กระแสเลือดของจีน (ไม่รู้จะได้ผลหรือไม่)

ซึ่งชัดเจนว่า ความต้องการใช้น้ำมันของจีนย่อมหดตัวลงตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีอยู่อย่างจำกัด ชนิดเหลี่ยงมิได้

หรืออีกนัยหนึ่ง จะเรียกว่า เงินหยวนอ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของจีนไปโดยปริยาย ก็ไม่ผิด…พูดได้เช่นกัน

นอกเหนือไปจากเรื่องจีนแล้ว ประเด็นเรื่องสต๊อกน้ำมันสหรัฐฯก็ถือเป็นตัวกดดันราคาน้ำมันอีกตัวหนึ่งด้วย

โดยตัวเลขสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ หรือ EIA แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวขึ้นของปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลัง

ซึ่งในรอบสิ้นสุด วันที่ 1 มกราคม ปีนี้ มีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 10.60 ล้านบาร์เรล ถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ปี 2536

ส่วนนัยสำคัญของสต๊อกน้ำมันสหรัฐฯที่ปรับตัวสูงขึ้น ย่อมหมายถึง มีความต้องการใช้ที่น้อยลง เฉกเช่นเดียวกับทางจีน

แล้วไม่เพียงเท่านั้น เพราะล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ประกาศยกเลิกการห้ามส่งออกน้ำมันแล้ว แบบเรียบร้อย รร.โอบามา

งานนี้ ผู้ผลิตน้ำมันสัญชาติมะกันจะได้กลับมาส่งออกน้ำมันอีกครั้ง ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี เลยทีเดียว

แต่เดี๋ยวก่อนนะ…นี่มันเท่ากับเป็นการตอกย้ำเรื่องอุปทานน้ำมันทะลักท่วมโลก ใช่หรือไม่??

น้ำมันถูกเช่นนี้ แต่โอบามาจะส่งออกน้ำมัน งานนี้เสมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯจะเพิ่มกำลังการผลิตแล้วนะ!!

เห็นแบบนี้ มันชวนให้คิดเสียเหลือเกินว่า คราวนี้แหละที่สงครามราคาน้ำมันจะยกระดับรุนแรงขึ้นอย่างจริงจังแล้ว

ทีนี้มาถึงประเด็นสุดท้าย ซึ่งก็คือเรื่องอิหร่านเตรียมกลับมาส่งออกน้ำมันอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง นะซี

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่พอนำมาผสมกับเรื่องของจีนและสหรัฐฯเท่านั้นแหละ…

มันกลายเป็นอาวุธทรงพลังที่ทำให้เราได้เห็นราคาน้ำมันดำดิ่งลึกลงไปต่ำกว่า 30 เหรียญต่อบาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายซางก์คาเน รัฐมนตรีน้ำมันอิหร่าน ก็ออกมาโวว่าได้รับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากยูเอ็นอย่างเป็นทางการแล้ว

แน่นอนครับว่า การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ ย่อมจะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อราคาน้ำมันไปอีกซักระยะหนึ่ง

หรืออย่างน้อย ก็จนกว่าจะมีความชัดเจนว่า อิหร่านจะสามารถเติมอุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกได้อีกมากน้อยแค่ไหน

เอาละครับสิ่งที่พูดถึงไปทั้งหมดคือ ปัจจัยต่างๆที่กำลังรับบทเป็นตัวกดดันราคาน้ำมันอยู่ในรอบนี้

แต่เห็นภาวะน้ำมันท่วมโลกอยู่เช่นขณะนี้ มันชวนให้ฝันหวานเสียจริงๆที่จะได้เห็น ราคาพวกก๊าซโซฮอล์ทั้ง 95 และ 91 ปรับลงมาถูกกว่า 20 บาทต่อลิตร เหมือนพวก ดีเซล และ E85