SET บ่ายมีโอกาสขยับขึ้นต่อโบรกฯชี้ TMB-TVT น่าสอย

โบรกฯคาดแนวโน้มการลงทุนช่วงบ่ายนี้ (23 ก.พ.) ยังมีโอกาสขยับตัวขึ้นต่อ และคาดมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง ให้แนวต้านไว้ที่ 1,326 - 1,330 จุด

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ภาคเช้า (23 ก.พ.) ช่วงเช้าปรับตัวขึ้นมาตามตลาดเพื่อนบ้านที่มี momentum ไปในทิศทางบวกจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ทำให้มีแรงซื้อกลุ่มพลังงานเข้ามามาก ช่วงบ่ายคาดยังขึ้นไปได้ต่อ แต่อาจมีแรงเทขายทำกำไรออกมาบ้าง ให้แนวต้านไว้ที่ 1,326 – 1,330 จุด คาดไม่น่าผ่าน 1,330 จุด ส่วนแนวรับ 1,320 และ 1,317 จุด

 

น.ส.จิตรา อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นมาตามตลาดเพื่อนบ้านที่มี Momentum ดีต่อเนื่องมาจากวานนี้ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ และยังมีปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันขยับขึ้นมาเป็นวันที่ 2 ทำให้มีแรงซื้อในกลุ่มพลังงาน แต่หุ้น PTTEP ปรับลงวันนี้เป็นการปรับฐานหลังจากปรับขึ้นมากมากแล้ว นอกจากนี้ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไม่ได้แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

แนวโน้มช่วงบ่าย ตลาดยังมีโอกาสขยับตัวขึ้นต่อ และคาดมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง ให้แนวต้านไว้ที่ 1,326-1,330 จุด ซึ่งคาดว่าไม่น่าผ่านระดับ 1,330 จุด ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,320-1,317 จุด

 

บล.เอเอสแอล ระบุในบทวิเคราะห์ ( 23 ก.พ.) ว่า ดัชนี SET ช่วงเช้าปิดบวก 1,328.03 (+7.84 จุด,+0.59%) กรอบ 1,322 – 1,330 มูลค่าการซื้อขาย 26,288.27 ลบ. เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขาย ENERG BANK ICT COMM TRANS CONMAT PROP PETRO CONS ตามลำดับตลาดภูมิภาคอ่อนตัวลงช่วงบ่าย [Nikkei225 +0.10%][FBMKLCI +0.53%][HSI -0.54%][SSE -1.26%][TAIEX +0.10%]

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี คาดการส่งออกของไทยจะหดตัวต่อเนื่องที่ -6.5% จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ด้านค่าเงินบาทคาดว่าจะอยู่ที่ 35.5 – 35.8 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีความเป็นไปได้ที่เงินดอลลาร์จะอ่อนลงถ้าจีดีพีของสหรัฐฯ ออกมาแย่ และคาดว่าผลตอบแทนบนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี จะอยู่ในกรอบ 1.90-2.20% ในสัปดาห์

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ของสหรัฐ จะลดลง 600,000 บาร์เรลต่อวันในปีนี้ และคาดว่าจะลดลงอีก 200,000 บาร์เรลต่อวันในปีหน้า ช่วยลดความกังวลในภาวะอุปทานล้นตลาด และช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 1.84 ดอลลาร์ หรือ 6.2% ปิดที่ 31.48 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อคืนนี้

สถาบันอาหาร ชี้ ตลาด CLMV เป้าหมายใหม่ส่งออกอาหารไทยปี 2559 ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นที่ 10 ของโลก คาดว่าในปี 2559 ตลาด CLMV จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เพิ่มขึ้น ขณะที่ สศค.คาดว่าการส่งออกอาหารของไทยในปี 59 จะมีแนวโน้มไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแก้ไขปัญหา IUU ประกอบกับความไม่แน่นอนต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน

IMPACT(+) PTT AOT CPN BBL KBANK SCB BDMS KTB TRUE BEC BANPU IRPC ADVANC IVL THAI PTTGC TOP

IMPACT(-) BH SCC CPALL PTTEP DTAC LPN MINT STEC TMB CK LH UNIQ SAMART MAJOR BLA TTW

 

แนวโน้มตลาดและหุ้นที่น่าสนใจ

ปิดภาคเช้า 1,328.03 (+7.84 จุด,+0.59%)

แนวโน้มภาคบ่าย : คาดย่อตัวลงทดสอบ 1,320

ดัชนีภาคเช้าปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,330 แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือได้ และปิดตัวภาคเช้าในลักษณะ Morning Star และช่วงภาคบ่าย มีโอกาสย่อตัวลงทดสอบ 1,320 ซึ่งจะเป็นจุดพิจารณาซื้อ โดยมีแนวต้านคงเดิมที่ 1,330

 

TMB (ราคาปิดภาคเช้า 2.60)

ซื้อแนวรับ 2.54 หรือ ซื้อตาม หากผ่าน 2.64 | แนวต้าน 2.86

ราคาสามารถยืนเหนือแนวรับ 2.52-2.50 ได้อย่างต่อเนื่อง มีโอกาสที่จะทดสอบแนวต้าน 2.62-2.64 ผ่าน ถ้าหากผ่านได้จะเป็นสัญญาณซื้อรูปแบบสามเหลี่ยม Ascending โดยการปรับตัวเน้นยืนแนวรับSMA2.54-2.50 เป็นหลัก

TVT (ราคาปิดภาคเช้า 2.08)

ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 2.04 แนวต้าน 2.26/2.58 SL=1.96

การแกว่งตัวของแท่งเทียนอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ตามการเรียงตัวของเส้น SMA ที่อยู่ในภาวะ Bullish โดยระยะสั้น การปรับตัวลงทดสอบ 2.04/1.96 เป็นจุดพิจารณาซื้อเก็งกำไรระยะสั้น

 

สรุป 5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดภาคเช้า

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,348.01 ล้านบาท ปิดที่ 71.50 บาท ลดลง   0.50 บาท

PTT  มูลค่าการซื้อขาย 2,055.99 ล้านบาท ปิดที่ 267.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท

SCB  มูลค่าการซื้อขาย 1,156.33 ล้านบาท ปิดที่ 136.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

JAS   มูลค่าการซื้อขาย 1,125.17 ล้านบาท ปิดที่   2.98 บาท ลดลง   0.02 บาท

AOT  มูลค่าการซื้อขาย 1,089.17 ล้านบาท ปิดที่ 408.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท